แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MOVIE แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MOVIE แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

ซีรีส์"ฮอร์โมนส์"ฮอต-เอเชียรุมซื้อ ขอเวลาทำศัพท์อังกฤษ



ซีรีส์ "ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น" ดังไกล ล่าสุดหลายประเทศติดต่อสนใจซื้อ ทั้งนี้ "สิน"ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด หรือ จีทีเอช เผยว่า 

"สำหรับซีรีส์ฮอร์โมนส์ฯ มาแรงจริงๆ ตอนนี้ที่ออฟฟิศได้รับการติดต่อจากต่างประเทศหลายประเทศมาก ไม่ว่าจะฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย เวียดนาม แม้แต่จีน ซึ่งตอนนี้กำลังพูดคุยกัน"

ที่ติดต่อมา ต้องการซื้อบท หรือซื้อซีรีส์ไปทั้งเรื่อง สินกล่าวว่า "มีแบบซื้อไปทำนิยาย เป็นสำนักพิมพ์ต่างประเทศ แล้วก็ซื้อซีรีส์ไปฉายเลยครับ ตอนนี้การพูดคุยกันน่าจะใกล้ความจริงที่สุดน่าจะเป็นเวียดนาม เพราะว่าที่เวียดนามเขาตื่นตัวมาตั้งแต่ซีรีส์ยังฉายอยู่ มีแฟนทำศัพท์เป็นภาษาเวียดนามเต็มไปหมด เวียดนามเป็นเจ้าแรกๆ ที่ขอเข้ามาคุยกับเราตั้งแต่ซีรีส์เรายังฉายไม่จบ เราขอเวลาในการศึกษา เรายังไม่ค้าขายแบบนี้"

"อีกอย่างเราต้องเตรียมเรื่องการทำศัพท์ที่เป็นภาษาอังกฤษ ที่เป็นศัพท์มาตรฐานก่อน ถ้าเราปล่อยไปแต่ละประเทศเขาอาจจะแปลไม่ตรงตามความหมายที่เราต้องการสื่อ เพราะด้วยเนื้อเรื่องของเราก็แรง เราก็กลัวว่าอะไรที่มันแรงอยู่แล้ว เขาจะแปลให้มันแรงขึ้นไปอีก หรืออะไรที่เราจะสื่อสารมันอาจจะเปลี่ยนไป เพราะมันเป็นเรื่องของคนไทย ก็พยายามทำศัพท์เพื่อให้เนื้อเรื่องมันไปครบสมบูรณ์ที่สุด" 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th/

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ชมคลิปเปิดตัวหนังใหม่ ธอร์ : โลกาทมิฬ



ธอร์ : โลกาทมิฬ สานต่อเรื่องราวการผจญภัยบนจอใหญ่ของธอร์ อเวนเจอร์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องโลกและดินแดนทั้ง 9 จากศัตรูลึกลับที่หมายจะครอบครองจักรวาล ในการต่อสู้จาก ธอร์ ภาค 1 และ มาร์เวลส์ ดิ อเวนเจอร์ส ธอร์ ต่อสู้เพื่อนำความสงบกลับมาสู่จักรวาล...แต่ชนเผ่าโบราณที่นำโดย มาเลคิธ ผู้เคียดแค้น ได้กลับมาเพื่อทำให้จักรวาลกลับเข้าสู่ความมืดมิดอีกครั้ง การเผชิญหน้ากับศัตรูที่แม้แต่ โอดิน และ แอสการ์ด ไม่สามารถรับมือได้ ธอร์ต้องมุ่งหน้าสู่การเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและเป็นส่วนตัว เมื่อการเดินทางครั้งนี้ได้นำเขากลับมาพบกับ เจน ฟอสเตอร์ และบังคับให้เขาต้องเสียสละทุกสิ่งอย่างเพื่อปกป้องพวกเราทั้งหมด / ที่มา กระปุกดอทคอม



ที่มา ข่าวสดออนไลน์  http://www.khaosod.co.th

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ฮือฮาครั้งแรก! ซูเปอร์แมน-แบ๊ตแมนอยู่ในหนังเรื่องเดียวกัน

 เมื่อ 21 ก.ค. เอพีรายงานว่า แซ็ก ซไนเดอร์ ผู้กำกับหนังซูเปอร์แมนภาคใหม่ "Man of Steel" ประกาศจะสร้างภาคต่อของซูเปอร์แมน และมีแบ๊ตแมน มนุษย์ค้างคาว เข้ามามีบทบาทด้วย ถือเป็นครั้งแรกที่ยอดมนุษย์ทั้งสองนี้จะผนึกทีมกัน แต่รายละเอียดอื่นๆ ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะอยู่ระหว่างเขียนบท

สำหรับ "Man of Steel" ของซไนเดอร์ นำแสดงโดย เฮนรี่ เควิลล์ หนุ่มอังกฤษ ขณะที่แบ๊ตแมน ภาคหลังๆ มานี้ สวมบทโดยคริสเตียน เบล นักแสดงหนุ่มอังกฤษเช่นเดียวกัน ค่ายวอร์เนอร์เผยแต่เพียงว่า ในซูเปอร์แมนภาคใหม่ยังเป็นการจับคู่ของนักแสดงพระนางคู่เดิม คือเควิลล์ กับเอมี่ อดัมส์ เท่านั้น

 ทั้งนี้ หากดูเนื้อเรื่องตามการ์ตูนของดีซี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซูเปอร์แมนและแบ๊ตแมนเคยพบกันตอนวัยหนุ่ม และต่างต้องปรับตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่ และในมินิซีรีส์ยุค 80 The Dark Knight Returns เขียนโดยแฟรงก์ มิลเลอร์ แบ๊ตแมนหวนกลับมาหลังจากเลิกเป็นฮีโร่อยู่พักใหญ่ ส่วนซูเปอร์แมนกลายเป็นเครื่องไม้เครื่องมือของรัฐบาลกลางสหรัฐ



ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

โจลี่อวดอึ๋มหลังตัดเต้าทิ้ง ออกงานแรกพร้อมแบร๊ด พิตต์

 เอพีรายงานว่า 3 มิ.ย. แองเจลิน่า โจลี่ นักแสดงสาวคนดังของฮอลลีวู้ดปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในอังกฤษ นับแต่เผยเมื่อเดือนก่อนว่า ผ่าตัดเต้านมทิ้งเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเนื่องจากแม่เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว

 โจลี่ไปร่วมงานฉายหนังเรื่องเวิลด์ วอร์ ซี รอบปฐมทัศน์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ กับแบรด พิตต์ นักแสดงหนุ่มผู้เป็นสามี ซึ่งเล่นเรื่องดังกล่าว

 ซูเปอร์สตาร์แม่ลูก 6 กล่าวว่า ดีใจที่เห็นกระแสห่วงใยสุขภาพผู้หญิงเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางหลังจากประกาศเรื่องของตนเองออกไป ทั้งนี้ สื่อมวลชนต่างพากันจับตาทรวดทรงของดาราสาวว่ายังอวบอิ่มสวยงามเช่นเดิม


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กระหึ่มตามคาด ไอรอนแมน 3 ถล่มบ๊อกซ์ ออฟฟิศ

หลังจากกวาดโกยเงินในต่างแดนจนอื้อซ่าใน สัปดาห์ที่ 2 จนยอดกระฉูด 680.1 ล้านดอลลาร์ มนุษย์เหล็ก Iron Man 3 ก็ผงาดขึ้นแท่นแชมป์บ๊อกซ์ ออฟฟิศในอเมริกา สัปดาห์ที่ 3-5 พ.ค. ตามคาด ด้วยรายได้ 175.3 ล้านดอลลาร์ เรียกว่า สยบเหล่าฮีโร่เดี่ยวๆ ทั้งแบ๊ตแมนและสไปเดอร์แมนได้ราบคาบ จะไม่ให้ค่ายมาร์เวล สตูดิโอ ปลื้มยังไงไหว
ส่วนโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เจ้าของบทโทนี่ สตาร์ก ตอนนี้ก็ถอดชุดนอนพักดื่มด่ำความสำเร็จไปพลางๆ ก่อน (จะมีภาคใหม่) เพราะใครๆ ก็สรุปว่า ถ้าไอรอนแมนไม่ใช่ดาวนีย์ จูเนียร์ คงไม่มาไกลถึงขนาดนี้

 เมื่อเจาะรายได้ต่างประเทศ พบว่าอันดับหนึ่งมาจากจีน 63.5 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยเกาหลีใต้ 42.6 ล้านดอลลาร์ และอังกฤษ 38.3 ล้านดอลลาร์

  สำหรับอันดับอื่นๆ ในบ๊อกซ์ ออฟฟิศเลยโดนกลบมิด ไม่ว่า อันดับ 2 Pain & Gain ทำได้ 7.6 ล้านดอลลาร์  อันดับ 3 "42" ทำได้ 6.2 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยอันดับ 4 Oblivion 5.8 ล้านดอลลาร์ และปิดท้ายท็อปไฟที่ The Croods ทำได้ 4.2 ล้านดอลลาร์  


 ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หนัง"ฤดูที่ฉันเหงา" มุมมองรักผ่านสายฝน

อนงค์ จันทร เรื่อง

เป็น ผลงานการกำกับฯ และเขียนบทเรื่องที่ 2 ของผู้กำกับฯ ไฟแรง "แดน"วรเวช ดานุวงศ์สำหรับภาพยนตร์เรื่อง "ฤดูที่ฉันเหงา" หลังผ่านเรื่องแรก "คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์"



นำแสดงโดย "แจ๊ค"เฉลิมพล ฑิฆัมพรธีรวงศ์ (คุง), นารา เทพนุภา (นารา), โทนี่ รากแก่น (เดซี่), "แป้งโกะ"จินตนัดดา ลัมะกานนท์ (แจน) ฯลฯ และมีหนุ่ม "แดน" ร่วมแสดงด้วย



โดย "แดน" เล่าว่า "ฤดูที่ฉันเหงา" เป็นเรื่องราวความรักที่เล่าผ่านตัวละครกลุ่มหนึ่ง โดยทุกตัวละครดำเนินชีวิตรักไปตามความรู้สึกของตัวเองที่มีความรู้สึกเกี่ยวกับฝน

"เนื้อหา ก็เป็นเรื่องของนาราสาวใสหัวใจสีชมพู เดินเข้าออกร้านตัดผมเป็นว่าเล่นเพราะตกหลุมรักเดซี่เจ้าของร้านตัดผมใกล้ บ้าน ขณะเดียวกันก็มีคุงเด็กตัวอ้วนลูกครึ่งญี่ปุ่นแอบหลงรักนาราจึงไปเช่าบ้าน ของนักดนตรีที่อยู่ตรงข้ามบ้านนาราเพื่อตามติดสาว ส่วนเดซี่ก็มีแจนสาวมาดเซอร์แอบมาวิ่งเล่นให้ป่วนหัวใจ"

สำหรับ การเลือกนักแสดง แดนแง้มว่า "เลือกจากคาแร็กเตอร์ในบทก่อนเพื่อเป็นตัวแทนเล่าเรื่องฝน เช่นฝนตกทำให้รู้สึกรัก เหงา เศร้า อย่างของผมจะเล่าในมุมฝนทำให้เหงา โทนี่เล่าในมุมชิลชิล ฝนตกแล้วเดี๋ยวก็หยุด"

"ส่วนแป้ง โกะ เป็นตัวแทนฝนตกแล้วรู้สึกหนาว อยากได้ความอบอุ่น ไลน์เรื่องนี้เลยพาแป้งโกะไปเจอโทนี่ในร้านตัดผมซึ่งมีอุณหภูมิอบอุ่น บางอย่าง น้องนาราเป็นตัวแทนความรู้สึกเวลาฝนตกแล้วอยากมีความรัก เดินหาความรัก"


"แจ๊ค เป็นมุมมองที่ไม่เกี่ยวกับฝนเลย เป็นมุมมองตัวเอง ใช้ชีวิตให้มีความสุข รู้สึกว่าฝนตกก็ตกไง เปียกไง อยากเล่นน้ำฝนก็ออกไปเล่น ไม่อยากเล่นไม่อยากเปียกก็เข้ามาหลบในร่ม"

ถามว่าทำไม เลือก "แจ๊ค" เป็นพระเอก แดนอธิบายว่า "เพราะสนิท รู้ว่าเขานิสัยยังไง เขาจิตใจดี รักพี่ รักน้อง รักครอบครัว ผมหาพระเอกที่ไม่ต้องหล่อมาก พิสูจน์ตัวเองจากข้างในว่าผมเองก็มีความรักได้ ไม่ต้องขึ้นอยู่กับหน้าตา ขอแค่มีความจริงใจเท่านั้น"

ในส่วนเคมีของแต่ละคู่ แดนรับว่าเข้ากัน "ในเรื่องโทนี่กับแป้งโกะตกหลุมรักกันในร้านตัดผม มองกันผ่านกระจก สระผม ตัดผมเท่านั้นเอง ระหว่างตัดผมและมองกัน ต้องทำให้คนดูรู้สึกว่าคิดอะไรอยู่ รู้สึกอะไร คำพูดแต่ละคำมีความหมาย ซึ่งทั้งคู่อยู่ด้วยกันทำให้ข้างในอบอุ่นอย่างที่เราต้องการ เคมีทั้งคู่ส่งตรงกันได้จริงๆ แม้แต่การมองกันผ่านกระจก หรือความรู้สึกของแป้งโกะที่มีมือของ โทนี่สระผมให้อยู่ เขาเชื่อมถึงกันได้"

"แจ๊คกับนาราก็เช่นกัน แจ๊คแสดงการแอบชอบผู้หญิงได้เนียนมาก เวลาเขาเจอกันน่ารักมาก แล้วในซีนดราม่าก็แสดงได้ดี นารานี่หันซ้ายน้ำตามา หันขวาน้ำตามา หันข้างน้ำตาหยดสวยงามมาก แจ๊คก็เหมือนกัน"




"ฤดูที่ฉันเหงา" เป็นหนังเกี่ยวกับฝน จึงมีฝนเกือบ 80% ของรื่อง ซึ่งแดนรับว่าการถ่ายทำลำบากแต่เป็นความลำบากที่เขาต้องการอยากลองเพื่อจะ ได้รู้



ถามว่าทำไม "ฤดูฝน" ถึงต้องเป็น "ฤดูที่ฉันเหงา" แดนอธิบายว่า



"เพราะ บางครั้งเรามองฝนว่าเป็นตัวแทนของน้ำตา แทนการร้องไห้ ซึ่งเป็นได้ทั้งดีใจและเสียใจ แต่ถ้านึกถึงความรู้สึกหลักๆ มักจะเจอว่าเวลาอกหักแล้วมีฝนตกอยู่จะทำให้เรายิ่งเศร้า มันก็เป็นตัวแทนเปอร์เซ็นต์ของ คนที่จะมีความรู้สึกมากกว่า ว่าเมื่อฝนตกแล้วทำไมรู้สึกว่าเหงาจัง"

พิสูจน์ "ความเหงา" กับ "ฤดูที่ฉันเหงา" 9 พ.ค. นี้ทุกโรงภาพยนตร์

เลือก"พญาเสือโคร่ง"ดอกไม้ประจำหนัง

เป็นคนที่มองเมืองไทยสวยงาม ว่าแล้ว ผู้กำกับฯ "แดน-วรเวช" ก็สร้างฉากภาพยนตร์ "ฤดูที่ฉันเหงา" ให้คนไทยภูมิใจ โดยเผยว่า "เรื่องนี้เรายกกองไปถ่ายทำที่แม่ฮ่องสอน 90-95% ซึ่งปกติเราจะไปทุ่งไปภูเขา แต่เรื่องนี้ผมเข้าเมืองไปเลย เซ็ตเมืองขึ้นมา เข้าไปทาสีใหม่ ติดวอลเปเปอร์ ทำผนัง ปรับโลเกชั่นใหม่ทุกอย่าง"

แต่ ที่ดูแล้วมีกลิ่นอายญี่ปุ่น แดนแจงว่า "พอดีผมไปเจอคนที่บอกว่าที่นี่เจ๋ง เหมือนต่างประเทศเลย การที่คุณมองว่าวิวประเทศโน้นนี้เจ๋ง ผมก็ต้องการเชื่อมบางอย่างให้รู้สึกว่าเมืองไทยถ้าถูกเซ็ตดีๆ ถูกจัดวางดีๆ ก็สวยเหมือนกัน แต่บางทีต้องมีการอ้างอิงเรื่องกลิ่นหรือรสนิยมบางอย่างเพื่อเชื่อมคนไทยว่า จริงๆ บ้านเราก็ทำได้ อยู่ที่วิธีคิด อยู่ที่มุมมอง"

"ในเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้เก่าขนาดไหน ถ้าเรามีวิธีคิดหรือถูกพัฒนาไปในทิศทางที่ดี เราก็สามารถยืนในระดับเดียวกับต่างประเทศที่คุณไปท่องเที่ยวได้ ทำทุกอย่างให้ทุกคนรู้สึกว่าประเทศไทยน่าอยู่ นั่นคือสิ่งที่ผมตั้งใจถ่ายทอด อยากให้ทุกคนรักเมืองไทยมากขึ้น ภูมิใจถ้าหนังเรื่องนี้มีโอกาสไปฉายต่างประเทศ อย่างน้อยก็บอกให้รู้ว่าเมืองไทยน่ารัก เกิดใครจะมาเที่ยวมาพัก ไม่ใช่แค่สถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวหลักที่ททท.โปรโมต แต่มันคือทุกที่ที่คุณเดินไปสวยได้หมด"

นอกจากนี้ "ฤดูที่ฉันเหงา" ยังมีดอกไม้ประจำหนัง นั่นคือ "ดอกพญาเสือโคร่ง" แดนเล่าว่า "ดอกพญาเสือโคร่งจะอยู่ในทุกๆ โลเกชั่น แต่ที่ที่อยากได้จริงๆ คือบนเขา เพราะคนรู้สึกว่าญี่ปุ่นสวยงามน่ารักกับดอกซากุระ แต่ผมแค่อยากทำยังไงก็ได้ให้รู้สึกว่าถ้าคุณลองใส่ใจมองเมืองไทยด้วยใจ โรแมนติก คุณจะเห็นว่าเมืองไทยก็มีอย่างที่ประเทศอื่นๆ มีครับ"

เต็มอิ่มกับเนื้อหาหนังแล้ว เรียกว่ายังเต็มอิ่มกับความงามอีกมุมหนึ่งของเมืองไทยที่ผู้กำกับฯ ตั้งใจนำเสนอ




ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556

ไอรอนแมน 3 กวาดเงินทั่วโลก รัศมีกลบแชมป์

อันดับหนังทำเงินฮอลลีวู้ด สุดสัปดาห์ที่ 26-28 เม.ย. ความสนใจของสื่ออเมริกันเบนไปที่รายได้หนังนอกอเมริกามากกว่าในประเทศ เพราะ Iron Man 3 ทุบสถิติโกยเงินตลาดต่างประเทศเหนือกว่ายอดมนุษย์ The Avengers ของปีก่อนที่ไอรอนแมนก็ร่วมทีมดารานำอยู่ด้วย และมากกว่าไอรอนแมน ภาค 2 โดยกวาดไปแล้ว 195.3 ล้านดอลลาร์ จาก 42 ประเทศ เป็นฝั่งเอเชียอยู่หลายชาติ ไม่ว่า ฮ่องกง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ครองอันดับ 1 ได้หมด




 ค่ายดิสนีย์ ผู้จัดจำหน่ายเชื่อว่า เมื่อหนังเปิดตัวในอเมริกา วันที่ 3 พ.ค.นี้ จะต้องโกยรายได้อีกอื้อซ่า จากการพูดกันปากต่อปากในตลาดต่างแดน



 กลับมาที่บ๊อกซ์ ออฟฟิศ ในอเมริกา แชมป์ประจำสัปดาห์ตกเป็นของ Pain & Gain เรื่องราวจริงของนักเพาะกาย ผลงานของไมเคิล เบย์ นำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน และมาร์ก วอห์ลเบิร์ก ทำได้ 20 ล้านดอลลาร์ ถือว่าสูงอยู่พอสมควร หลังจากโดนนักวิจารณ์จวกไปเยอะ ราวๆ 47% แต่คนดู 59% กลับชอบ

 อันดับ 2 หนังของทอม ครูซ  Oblivion ทำได้อีก 17.4 ล้านดอลลาร์ ส่วนตลาดนอกสหรัฐ โกยได้ 12.8 ล้าน ตามมาด้วยอันดับ 3 หนังตัวเลข "42" เก็บเพิ่ม 10.7 ล้าน ขณะที่อันดับ 4 The Big Wedding ทำได้ 7.5 ล้าน และปิดท้ายท็อปไฟว์ที่ The Croods ทำเพิ่มอีก 6.6 ล้านดอลลาร์


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th