วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

‘หมอโอ๊ค’ ประกาศชัด ขอ ‘โอปอล์’ แต่งงานแล้ว - ลั่นดูแลฝ่ายหญิงตลอดไป

 เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ในงานบวงสรวงซีรี่ย์เรื่อง “Forward ท้าเวลาพลิกอนาคต” ที่ลานด้านหน้า อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ย่านอโศก คุณหมอสุดหล่อ ‘โอ๊ค’สมิทธิ์ อารยะสกุล แง้มขอแฟนสาว ‘โอปอล์’ปาณิสรา พิมพ์ปรุ แต่งงานปีหน้า รับคบมา 2 ปี ไม่เร็วไปสำหรับการแต่งงาน

 โดย ‘โอ๊ค’ กล่าวว่า เรื่องแต่งงานน่าจะประมาณปีหน้าครับ เราได้พุดคุยกันแล้ว ถามว่าตอนที่ขอโอปอล์แต่งงานเขาตกลงโอเคเลยไหม เขาโอเคครับ ตกลงแล้ว เราคุยกันเรื่อยๆ อยู่แล้ว ถ้าพูดตรงๆ ตนไม่ชอบพูดอ้อมค้อมว่าจะขอหรือไม่ขอ ก็บอกเลยว่าเราคบกันมานานแล้ว ต่อไปนี้ก็ขอที่จะเป็นคนดูแลตลอดไปนะ(หัวเราะ) ก็ไปขอเขาแต่งงานตอนที่ไปญี่ปุ่น เมืองฮอกไกโด”

 ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่าทำไมถึงคิดว่า ‘โอปอล์’ คือคนที่ใช่ ‘โอ๊ค’ ตอบ เรามีอะไรที่คล้ายๆ กันเยอะ เลยไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก รู้สึกว่าเขารักตนที่ตัวเรา และตนก็รักเขาที่ตัวเขาไม่มีเรื่องชื่อเสียงหรืออะไรทั้งสิ้น มันเป็นความรัก และเราก็เป็นคนทำงานเหมือนกัน เป็นคนรักครอบครัว สู้ทุกอย่างเพื่อครอบครัว 

 ต่อข้อซักถามที่ว่าคบกันมากี่ปี ‘โอ๊ค’ ตอบว่า 2 ปี ครับ ถ้าถามว่าเร็วไปไหมในการแต่งงาน ก็ไม่เร็วนะ อายุเท่านี้แล้วนะ(หัวเราะ) แล้วที่บ้านก็ไม่ได้เร่ง เพราะที่บ้านตนอิสระอยู่แล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่าหลังประกาศแต่งงานแล้วกลัวฟีดแบ็คในแง่ลบไหม ‘โอ๊ค’ ตอบว่า ไม่เป็นครับ มันเป็นเรื่องปกติที่คนชอบและไม่ชอบ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เราไม่ได้ทำอะไรผิดการแต่งงานมันเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ตนเชื่อว่าถ้าเขารู้จักเราเขาจะเข้าใจ

 ถามถึงฟีดแบ็คที่ ‘โอปอล์’ ถ่ายแบบกับ ‘อั้ม-พัชราภา’ “ยังไม่ชินกันอีกเหรอครับ(หัวเราะ) ก็เปรี้ยวดี เพราะเราก็ไม่ค่อยเห็นในแนวนี้ ในเรื่องงานแฟชั่นเขาก็จะไม่ค่อยยอมใคร เพราะเขาเป็นคนที่ชอบแฟชั่นมาก ถามว่าถ้าแต่งงานแล้วจะขอให้เขางดเรื่องเซ็กซี่ไหม ไม่หรอกครับ ผมเคารพกันอยู่แล้ว ไม่เคยคิดเรื่องแบบนี้เลย เราก็รักเขาที่เขาเป็นตัวเขา เปรี้ยวบางในบางที ก็น่ารักดีครับ(หัวเราะ)” หนุ่ม ‘โอ๊ค’ กล่าวทิ้งท้าย

ทีี่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

ส.ส.ปชป.ปราศรัยม็อบยางกระบี่ ก่อนนำฝูงชนปิดแยกวัดถ้ำเสือ-รถติดยาว นักท่องเที่ยวเดือดร้อน


เมื่อ 3 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดกระบี่ ได้ออกมาชุมนุมกันที่บริเวณลานปูดำ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ เพื่อเรียกร้องให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือราคายางและปาล์มที่ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง โดยทางแกนนำได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาลที่ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมัน

ต่อมาทางนายสาครเกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่  พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาพบปะกับกลุ่มเกษตรกรพร้อมขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวถึงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน ที่ราคาตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ว่า ทางผู้แทนฯพรรคฝ่ายค้าน ได้พยายามช่วยเหลือเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเวทีสภาผู้แทนราษฎร ที่พยายามตั้งกะทู้ถามรัฐบาลมาตลอด แต่ไม่เคยได้รับความสนใจจากทางรัฐบาล แม้แต่ครั้งเดียว

ซึ่งการที่เกษตรกรออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนทางรัฐบาลอย่ามองว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะขณะนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันเดือดร้อนจริงๆและราคาที่เกษตรกรเรียกร้องให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือนั้นเป็นราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ได้เป็นราคาเกินความจริงแต่อย่างใด และว่าตนในฐานะที่เป็น ส.ส.ตัวแทนของประชาชน เมื่อประชาชนเดือดร้อนตนก็ต้องเดือดร้อนด้วย

ต่อมาเวลา 15.30 น.วันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มเดิมกว่าหนึ่งร้อยคนนำโดยนายมโน  เครือแก้วและนายชลิต  สุขโข ได้เคลื่อนย้ายมาปิดถนนบริเวณสามแยกตลาดเก่า ซึ่งเป็นถนนที่จะเข้าตัวเมืองกระบี่และจะผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของจังหวัดกระบี่ และเส้นทางไปจังหวัดพังงาไปภูเก็ต ทำให้การจราจรติดยาวนับสิบกิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ตกเครื่องบินไม่ทันเที่ยวบินเป็นจำนวนมาก

เวลา 17.30 น. นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำอีกหลายคนเคลื่อนขบวนมาปิดถนนบริเวณสามแยกวัดถ้ำเสือ ถนนเพชรเกษมขาเข้า โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อพ่วงสี่คันมาปิดถนนและเปิดเวลาปราศรัย ทำให้ผู้ใช้ถนนเส้นทางดังกล่าวเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวนับร้อยคน  ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็เดินทางมาเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผวจ.กระบี่เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมแต่ก็ไม่เป็นผล


- ผู้ว่าฯ เจรจาม๊อบไม่เป็นผล นักท่องเที่ยวเดือดร้อนหนัก

 เวลา 19.00 น. กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดกระบี่ จำนวนกว่า 500 คนได้เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณสามแยกถ้ำเสือ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมนำรถบรรทุกขนาดใหญ่มาจอดขวางปิดถนนช่วงขาออก จำนวน 2 คัน และนำรถพ่วง จำนวน 4 คัน มาจอดเรียงกันปิดถนนช่วงขาเข้าตัวเมืองกระบี่ ส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาตอย่างหนัก เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักของรถประจำทางจำนวนมาก เช่น รถบัสประจำทางสายกระบี่-ตรัง กระบี่-ภูเก็ต ภูเก็ต-หาดใหญ่ สนามบิน-อ่าวนาง เป็นต้น จึงส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่นั่งรถโดยสารเพื่อเดินทางไปขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานกระบี่ ต้องลงจากรถ และไปต่อรถคันอื่นเพื่อให้ทันเที่ยวบิน
       
 ขณะเดียวกัน แกนนำได้สลับผลัดเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาราคายางพารา และปาล์มน้ำมันตกต่ำ ทำประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยมีประชาชนจากอำเภอต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกันอย่างเนืองแน่น
       
 นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เดินทางมาเจรจากับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปิดการจราจรภายในคืนนี้ เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อน และนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปสนามบินได้ทันเวลา ซึ่งในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาจนทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องกลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีแกนนำที่สามารถตัดสินใจอะไรได้ ประกอบกับมีนักการเมืองพรรคการเมืองใหญ่ระดับชาติบางกลุ่มคอยให้การชี้นำอยู่เบื้องหลัง
       
 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้พยายามกล่อมแกนนำอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ในที่สุดทางแกนนำก็ยอมเปิดทางให้รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ โดยแกนนำบอกว่า ยอมเปิดทางแต่ยังไม่สลายการชุมนุม โดยจะกลับไปรวมตัวกันใหม่ที่ลานปูดำ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ เพื่อรอมติที่ชุมนุมใหญ่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ต่อไป นอกจากนี้นักท่องเที่ยวหลายคนที่ต้องเดินทางไปสนามบินต้องลงจากรถโดยสารประจำทางและเดินเท้าลากกระเป๋นเดินทางไปขึ้นรถยนต์หลายกิโลเมตรเพื่อไปท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่

หลังจากนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ประกอบด้วย นายเปล่งยศ สกลกิติวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ นางสาวัน ตัน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ ร่วมประชุมกับแกนนำผู้ชุมนุม ที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงกระบี่ สามแยกวัดถ้ำเสือ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมตอบรับ และแตกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมจากแยกถ้ำเสือไปชุมนุมที่ลานปูดำ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ยังคงปุกหลักชุมนุมต่อที่แยกถ้ำเสือ สำหรับเส้นทางเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุม จากเมืองกระบี่-สนามบินให้ไปทางคลองใหญ่-สวนพฤกษาสวรรค์-วิทยาลัยพละ-ค่าย อส.-ผ่านแยกถ้ำเสือ-เลี้ยวซ้ายเข้าถ้ำเสือ-ออกกระบี่น้อย-สนามบินกระบี่ เส้นทางเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุม จากสนามบินกระบี่-เข้าเมือง จากถนนเพชรเกษม เข้าทาง ม.ตรีทิพย์-ผ่านบางขนุน-ออกทางอินเลิฟรีสอร์ท-ออกหินขวาง-ออกโรงฆ่าสัตว์-เข้าเมืองกระบี่

ที่มมา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

เสี่ยเจี่ยง’ เตือนหนัง “Fast and Furious 7” ถ้ามี ‘จา’พนม ฟ้องแน่!

 ยันต้องได้รับการยินยอมจาก สหมงคลฟิล์ม เสียก่อน - ตัดพ้อ "จา" ดังเกิน ติดต่อไม่ค่อยได้

 เมื่อเวลา 18.30 น วันที่ 3 ส.ค. ที่ห้องประชุมชั้น9 อาคารไอบีเอ็ม ย่านอารีย์ ‘เสี่ยเจี่ยง’สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธาน บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมด้วย ‘ปรัชญา ปิ่นแก้ว’ ผู้กำกับหนังเรื่อง “ต้มยำกุ้ง 2” และ ‘พันนา ฤทธิไกร’ ผู้กำกับฯ คิวบู้หนังเรื่อง “ต้มยำกุ้ง 2” ได้เปิดแถลงข่าว การเตรียมยื่นโนติสให้กับบริษัทที่จะสร้างหนังเรื่อง “Fast and Furious 7” ว่าถ้าจะนำ ‘จา’พนม ยีรัม ไปเล่นต้องได้รับการยินยอมจากทาง บ.สมงคลฟิล์มฯ เสียก่อน เนื่องจากนักแสดงชื่อดังยังมีสัญญาอยู่กับบริษัท

 โดยในเรื่องนี้ ‘เสี่ยเจียง’ กล่าวว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตนจึงได้จัดแถลงข่าวขึ้น เพราะทราบข่าวมาว่า ‘จา’ จะไปเล่นหนังเรื่อง “Fast and Furious 7” ซึ่งในตอนนั้นทางตนก็ให้ไปเล่นทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ที่มีการคุยกับ ‘จา’ เขาขอแค่ว่า จะขอรับงานโฆษณาไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องหนังต่างประเทศเลย แต่เมื่อมีข่าวออกมาตนก็ไม่อยากจะอะไรมากก็เลยให้ไปเล่น

 แต่ปรากฏว่าพอต่อมาอีก 2 วันหลังแถลงข่าว ทาง ‘จา-พนม’ ได้ให้ทนายยื่นโนติสมาว่า เขาหมดสัญญากับทางสหมงคลฟิล์มฯ แล้วทำให้ตนคิดว่า เขาน่าจะเข้าใจผิดเพราะสัญญากับทางเรายังมีอยู่ และเพิ่งจะต่อสัญญาไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยสัญญาใหม่จะเป็นเวลา 10 ปี วันนี้จึงอยากจะออกมาชี้แจงว่า กับการเล่นหนังต่างประเทศของ ‘จา’ จะต้องแจ้งบริษัทให้รับทราบเสียก่อน ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทได้ให้ทนายยื่นโนติสให้กับทางบริษัทที่สร้างหนังเรื่อง “Fast and Furious 7” ทราบเรื่องว่า ‘จา’ มีสัญญาอยู่ ซึ่งถ้าหากว่าเอา ‘จา’ ไปเล่นโดยไม่ได้แจ้งก็จะดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

 ‘เสี่ยเจียง’ กล่าวต่อไปว่า ตนไม่ได้มากลับลำ แต่เป็นการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาก็ยังไม่ได้คุยกับ ‘จา’ เลย คนอื่นๆ แม้แต่ ‘พันนา’ เองก็ยังติดต่อไม่ได้ เขาดังเกินไปที่เราจะคุยกันแล้ว



ที่มา ข่าวสดออนไลน์  http://www.khaosod.co.th

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลิเวอร์พูลเจอหมูเปิดแอนฟิลด์ดวลน็อตต์ เคาน์ตี้ รอบสองแคปิตอล วัน คัพ

ทีม“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ ลีก เปิดสนามแอนฟิลด์ เจอกับน็อตต์ เคาน์ตี้ ทีมจากลีกวัน ศึกแคปิตอล วัน คัพ รอบสอง จากการจับสลากเมื่อ 8 ส.ค. โดยจะเตะในวันที่ 27 ส.ค.นี้


 ส่วนผลการจับสลากคู่อื่น คาร์ไลส์ พบ เลสเตอร์, ดอนคาสเตอร์ พบ ลีดส์, ฟอเรสต์ พบ มิลล์วอลล์, ซันเดอร์แลนด์ พบ เอ็มเค ดันส์, เวสต์บรอมวิช พบ นิวพอร์ต เคาน์ตี้, บริสตอล ซิตี้ พบ คริสตัล พาเลซ, ปีเตอร์โบโรห์ พบ เรดดิ้ง, บาร์นสลีย์ พบเซาแธมป์ตั้น, เบอร์ตั้น พบฟูแล่ม, เบิร์นลีย์ พบ เปรสตัน, นอริช พบบิวรี่, เลย์ตั้น โอเรียนต์ พบ ฮัลล์ ซิตี้,


 เอฟเวอร์ตั้น พบ สตีฟเนจ, สโต๊ค พบ วอลซอลล์, ฮัดเดอร์สฟิลด์ พบ ชาร์ลตั้น, วิลล่า พบร็อตเธอร์แฮม, ทรานเมียร์ พบโบลตั้น, มอร์คัมเบ้ พบ นิวคาสเซิล, คิวพีอาร์พบสวินดอน, ดาร์บี้ พบเบรนต์ฟอร์ด, วัตฟอร์ด พบ เบิร์นมัธ, เยโอวิล พบเบอร์มิงแฮม, แอคคริงตั้น พบ คาร์ดิฟฟ์ และเวสต์แฮม พบ เชลต์แน่ม


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

ชมคลิปเปิดตัวหนังใหม่ ธอร์ : โลกาทมิฬ



ธอร์ : โลกาทมิฬ สานต่อเรื่องราวการผจญภัยบนจอใหญ่ของธอร์ อเวนเจอร์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องโลกและดินแดนทั้ง 9 จากศัตรูลึกลับที่หมายจะครอบครองจักรวาล ในการต่อสู้จาก ธอร์ ภาค 1 และ มาร์เวลส์ ดิ อเวนเจอร์ส ธอร์ ต่อสู้เพื่อนำความสงบกลับมาสู่จักรวาล...แต่ชนเผ่าโบราณที่นำโดย มาเลคิธ ผู้เคียดแค้น ได้กลับมาเพื่อทำให้จักรวาลกลับเข้าสู่ความมืดมิดอีกครั้ง การเผชิญหน้ากับศัตรูที่แม้แต่ โอดิน และ แอสการ์ด ไม่สามารถรับมือได้ ธอร์ต้องมุ่งหน้าสู่การเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและเป็นส่วนตัว เมื่อการเดินทางครั้งนี้ได้นำเขากลับมาพบกับ เจน ฟอสเตอร์ และบังคับให้เขาต้องเสียสละทุกสิ่งอย่างเพื่อปกป้องพวกเราทั้งหมด / ที่มา กระปุกดอทคอม



ที่มา ข่าวสดออนไลน์  http://www.khaosod.co.th

ปะทะเดือด!!รือเสาะ วิสามัญสองพี่น้องกองกำลังRKKดับ 2 ศพ ยึดปืนถูกปล้นจากฐานพระองค์ดำ

 เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า พ.อ.ธนิต แสงจันทร์ หน.ชุดปฏิบัติการณ์พิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พ.ท.สฐิรพงศ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 และ พ.อ.กรกฏ ภู่โชติ ผบ.กรมทหารพรานที่ 49 ได้ร่วมสนธิกำลัง จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ เข้าพิสูจน์ทราบในหมู่บ้านพงยือติ ม.9 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีกองกำลังติดอาวุธ RKK จำนวน 6 คน ได้แฝงตัวเพื่อก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่

 เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกเดินตรวจสอบบริเวณชายป่าสวนยางหลังหมู่บ้าน ส่วนชุดที่ 2 เดินตรวจสอบบริเวณด้านหน้าของบ้านพักต้องสงสัย จนกระทั่งถึงบ้านเลขที่ 25 และ 24 ที่ปลูกติดกัน พบกองกำลังติดอาวุธ RKK ได้แยกย้ายกันนอนพักผ่อนในเปลสนามที่ผูกไว้ชายคาของบ้านเลขที่ 25 เมื่อกลุ่มคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 30 นาที กลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้แยกย้ายพากันหลบหนี โดยใช้อาวุธปืนสงครามยิงเบิกทาง และได้เปิดฉากยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่อีกระลอกนานกว่า 15 นาที

 เมื่อเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการเคลียร์พื้นที่ และพบศพคนร้ายเสียชีวิต 2 คน โดยศพแรกนอนจมกองเลือดอยู่ใต้ต้นทุเรียนหลังบ้านพักเลขที่ 25 ส่วนศพที่ 2 นอนจมกองเลือดอยู่ระหว่างทางเดินของบ้านพักเลขที่ 25 และ 24 โดยมีอาวุธปืนเอ็ม.16 จำนวน 2 กระบอกวางอยู่ข้างกาย พร้อมของกลางสายไฟฟ้าที่ใช้สำหรับจุดชนวนระเบิด และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการที่ใส่อยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ ส่วนคนร้ายอีก 4 คน สามารถอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

 ต่อมาเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันเดียวกันนี้ พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.ชุดกองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด อัยการ จ.นราธิวาส และแพทย์โรงพยาบาลรือเสาะ ได้ร่วมเดินทางมาทำการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ทราบชื่อคือ 1.นายมูฮัมหมัดสะแปอิง แวกะจิ 2.นายอุสมาน แวกะจิ ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นพี่น้องกัน มีภูมิลำเนาอยู่บ้านสโล ม.7 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

 ในส่วนอาวุธปืนเอ็ม.16 จำนวน 2 กระบอกที่เจ้าหน้าที่ยึดมาได้นั้น โดยกระบอกแรกมีหมายเลขทะเบียนปืน 1852961 และกระบอกที่ 2 หมายเลขทะเบียนปืน032252 ตรวจสอบพบว่า เป็นอาวุธปืนที่คนร้ายบุกปล้นมาจากฐานพระองค์ดำ สังกัด ร้อย ร.15121 ฉก.นราธิวาส 38 ซึ่งตั้งอยู่ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 54 ที่ผ่านมา



ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

ตร.ไล่ล่ามือยิงว่าที่เจ้าสาว-แม่ยายดับสยองลั่นต่อสู้เจอวิสามัญแน่-ตะลึงคลิปออกลีลาเย้ยศพ




 จากกรณีนายธเนตร หรือ ยศพล แหกล้า อายุ 35 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิง นางวิมล หงส์ทอง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/2 ม.3 ตำบลหนองตำลึง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่หน้าอก 1 นัด แสกหน้า 1 นัด และภายในออฟฟิศพบอีก 1 ราย นอนอยู่ซอกโซฟาทราบชื่อคือนางสาวเกวลิน หงส์ทอง อายุ 28 ปี เป็นบุตรสาว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าที่หน้าอก 2 นัด กระสุนตัดขั้วหัวใจภายในร้าน รุดไปที่เกิดเหตุเป็นร้านปะผุรถยนต์ชื่อร้านบี เอส โมดิฟาย เลขที่ 21/14 หมู่ 1 ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมืองชลบุรี หลังจากนั้นก็ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวีค สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆฬ-6588 กรุงเทพมหานคร หลบหนีและจอดทิ้งไว้บริเวณบนถนนสี่แยกไฟแดงคีรีนครและหลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรีพร้อมกับพ.ต.อ.กิตติพัฒน์ พงษ์พนัส ผกก.สภ.เสม็ด เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทางศาลจังหวัดชลบุรีได้ออกหมายจับนายธเนตร หรือ ยศพล แหกล้า อายุ 35 ปี ตามหมายจับเลขที่ จ 469/2556 ลงวันที่ 8 ส.ค.56 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ส่งชุดจับกุมประกอบด้วยทางชุดสืบสวนภูธรจังหวัดชลบุรี และชุดสืบสวนของ สภ.เสม็ด ออกติดตามจับกุมตัวนายธเนตรหรือยศพล อย่างใกล้ชิด โดยกำชับให้ชุดสืบสวนทั้ง 2 ชุดระวังช่วงเข้าจับกุม เพราะนายธเนตรหรือยศพล ประกาศว่า จะต่อสู้หากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม จึงให้ทำการวิสามัญได้ทันที หากขัดขืนและต่อสู้ในขณะจับกุม จึงขอให้นายธเนตรเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตอนนี้ตำรวจทั่วประเทศกำลังติดตามจับกุมตัว ซึ่งเป็นคดีสะเทือนขวัญ อุกฉกรรจ์เป็นอย่างมาก

 รายงานข่างแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบรถของนายธเนตรหรือยศพล ที่จอดทิ้งเอาไว้อย่างละเอียด และทราบว่า หลังจากที่นายธเนตรก่อเหตุก็ขับรถมาจอดทิ้งเอาไว้ที่บนถนนสายสุขุมวิท แยกไฟแดงคีรีนคร ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมืองชลบุรี ซึ่งช่วงนั้นรถติด นายธเนตรเกรงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัว จึงทิ้งรถแล้ววิ่งข้างถนนไปขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างไปลงที่หน้าอนามัยห้วยกะปิ ซึ่งในขณะนี้คาดว่าตัวนายธเนตร ยังไม่ออกจากพื้นที่ และอีก 1 ชุดส่งไปเฝ้าที่จังหวัดระยอง ซึ่งตัวนายธเนตรขับรถตู้กรุงเทพ-ระยอง

 สำหรับนายธเนตร ถูกจำคุกมาแล้ว 3 ครั้ง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นยศพล แหกล้า สังกัดซุ้มซอย 9 บ้านสวน ชอบพกพาอาวุธปืนเป็นประจำ และชอบยิงปืนในช่วงเมาสุรา จนชาวบ้านเอือมระอา



ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th