วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เสือใต้สุดชิล บุกถล่มบาร์ซ่าไร้เมสซี่ ชิงชนะเลิศชปล. ดวลดอร์ตมุนด์


ผลการแข่งขันฟุตบอลแชมเปียนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง วันที่ 1 พ.ค. เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิก ผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้ตามคาด หลังจากนัดแรกเล่นในบ้าน สะสมประตูถล่มบาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่จากสเปน ถึง 4-0 ประตู มานัดนี้บุกไปเยือนสนามคัมป์ นู บ้านบาร์ซ่า ที่ไร้ฮีโร่ ลิโอเนล เมสซี่ ในสนาม เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ บาเยิร์นจึงเอาชนะไปชิลชิล 3-0 ประตู โดยเป็นผลงานในครึ่งหลังทั้งหมด
ประตูแรก ประเดิมโดยอาร์เยน ร็อบเบน ในนาที 48 ตามด้วยลูกเข้าประตูตัวเองของเกราร์ด ปิเก้ กองหลังคนดังของบาร์ซ่า ในนาที 72 และปิดท้ายด้วยลูกโหม่งของโธมัส มุลเลอร์ ในนาที 76

 นัดนี้ เจ้าบ้านใส่ชื่อเมสซี่ไว้เป็นตัวสำรอง แต่กลับให้นั่งประจำอยู่ริมสนามจนจบเกม โดยอาศัย เชส ฟาเบรกาส ดาบิด บีญ่า ซาบี และอันเดรส อิเนียสต้า เดินเกมรุก ส่วนทีมเยือน เก็บมาริโอ โกเมซ ศูนย์หน้าที่ติดใบเหลืองจากนัดที่แล้วไว้ ส่งมาริโอ มานซูคิช ลงมาแทน ขณะที่เกมรุกยังใช้บริการของฟรองก์ ริเบรี่ บาสเตียน ชไวน์สไตน์เกอร์ ซาบี มาร์ติเนส โธมัส มุลเลอร์ และร็อบเบน เป็นหลักเหมือนนัดที่แล้ว

ครึ่งแรกบาร์ซ่า พยายามบุกหนัก แต่จังหวะสวนกลับของทีมเยือนเฉียดทำประตูได้มากกว่า กระทั่งครึ่งหลังเป็นบาเยิร์นที่ทำประตูขึ้นนำ ทำให้โค้ชจุปป์ ไฮน์เกสค่อยๆ เปลี่ยนนักเตะตัวจริงที่ติดใบเหลืองออก เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ ไม่ว่าชไวน์สไตน์เกอร์ นาที 66 มาร์ติเนส นาที 74 และฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีม นาที 77 ขณะที่บาร์ซ่าแทบไม่ทำให้มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูของเสือใต้ต้องระทึกหรือออกแรงเซฟแต่อย่างใด
 จบเกมบาเยิร์นชนะ 3-0 รวมสองนัด ชนะถึง 7-0 ประตู

 เสือใต้ ทีมแชมป์จากบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ พบกับเสือเหลือง ดอร์ตมุนด์ ทีมเยอรมันด้วยกัน ที่รั้งอันดับ 2 ในบุนเดสลีกา ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 25 พ.ค. โดยเป็นการเข้าชิงติดต่อจากฤดูกาลที่แล้ว ที่เสือใต้พ่ายเชลซี ในการดวลจุดโทษ ส่วนครั้งนี้ ดูจากฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่าทีมยักษ์ใหญ่ของสเปนทั้งสองนัดแล้ว บาเยิร์นมีโอกาสลุ้นถ้วยแชมป์ยุโรปครั้งที่ 5 ของสโมสรเป็นอย่างยิ่ง

 หลังเกม ไฮน์เกส โค้ชบาเยิร์นให้สัมภาษณ์ว่า ลูกทีมเล่นดีมากในนัดนี้ แต่เป็นบาร์ซ่าเองที่แตกต่างจากนัดก่อน เพราะไม่มีเมสซี่ อย่างไรก็ตาม สกอร์ที่ออกมานั้นเกินความคาดหมาย
 "ผมรู้หลักการของบาร์เซโลนาดี และทีมของผมก็รู้ยิ่งยวดว่าต้องงัดแท็กติกออกมาใช้อย่างไร จริงๆ แล้วมันยากกว่าที่เห็น ลูกทีมผมมีสมาธิมาก เรารู้ดีว่าเราเจอกับใคร" โค้ชไฮน์เกส กล่าว

 ด้านปิเก้ กองหลังบาร์ซ่าที่ทำสกอร์ให้บาเยิร์น กล่าวว่า เป็นค่ำคืนที่แย่ที่สุดครั้งหนึ่ง ครึ่งแรกเราเกือบจะทำได้แล้ว แต่พอคู่แข่งทำประตูได้ก่อน ทำให้เรารู้สึกวูบ ถอดใจ การที่เมสซี่ นักเตะที่ดีที่สุดในโลกไม่ได้เล่นในนัดนี้ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่ง แต่ผมคิดว่าถึงเขาได้ลง คืนนี้ก็คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มาก ก็ขอแสดงความยินดีกับบาเยิร์นที่เล่นดีกว่าจริงๆ ส่วนเราต้องไปปิดจ๊อบในลาลีกา แล้วคิดถึงฤดูกาลหน้า

 ส่วนฟิลิปป์ ลาห์ม กล่าวว่า "ผมว่าเราจะฉลองเบียร์กันนิดหน่อยในคืนนี้ ไม่ใช่ว่าฉลองที่เอาชนะบาร์เซโลนาในบ้านเขาได้ 3-0 แต่เพราะเราเป็นทีมที่มีนักเตะที่พิเศษ รับมือกับสถานการณ์ได้ยอดเยี่ยม"




ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

เชลซีแกร่งถล่มบาเซิล 3-1 ลิ่วชิงยูโรปาลีก

การแข่งขันฟุตบอลยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ เมื่อ 2 พค เชลซีเจ้าถิ่นไล่ถล่มบาเซิล จากสวิตเซอร์แลนด์ 3-1

 
เกมนี้ทีมเยือนได้ประตูจาก ซาลาห์ ในนาที 45 แต่หลังจากนั้น เชลซีได้ประตูทวงคืน 3 ลูกรวด จากเฟอร์นันโด ตอร์เรส นาที 50 วิกเตอร์ โมเสส นาที 52 ดาวิด ลุยสซ์ นาที 59 หมดเวลา เชลซีชนะ 3-1 รวมสองนัดชนะ 5-2ผ่านเข้าชิง
 
ผลอีกคู่ เบนฟิก้าจากโปรตุเกส ชนะ เฟเนร์บาห์เช่ จากตุรกี 3-1 รวมสองนัดชนะ 3-2 ผ่านเข้าชิงกับเชลซี


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

ตุ๊กกี้ โต้ลั่นไม่เคยโห่ไล่ทาทา ยัง

มารับรางวัลในงาน “ครบรอบ 10 ปี นิตยสาร SPICY และงานมอบรางวัล 100 Most SPICY Idols 2013” ที่ ห้องบอลรูม ชั้นเอ็ม โรงแรมปทุมวันปริ้นเซส หลังจากรับรางวัลแล้ว ‘ตุ๊กกี้’ สุดารัตน์ บุตรพรหม ตลกหญิงชื่อดังได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นที่ว่าตนตะโกนโห่ไล่ ‘ทาทา ยัง’ ที่ร้องเพลงแบบลิปส์ซิงค์ในงานแกรนด์โอเพนนิง จี-สตาร์ พาวิลเลี่ยน เมื่อเร็วๆนี้ ทั้งนี้ตลกสาวชื่อดังได้เปิดใจว่า “วันนั้นใครได้ไปร่วมงานบ้างยกมือค่ะ อยากจะบอกว่าหนูงงมาก มีน้องแดนเซอร์ส่งมาบอกว่า พี่ตุ๊กกี้พี่ไปตะโกนด่าทาทาเมื่อไหร่ เราก็งงว่าวันไหน เพราะตั้งแต่รู้จักกับทาทามา และได้ร่วมงานกันสองงาน งานแรกอัดรายการพฤหัสอัศจรรย์ และครั้งที่สองคือไปร่วมเปิดร้านๆหนึ่งที่เหม่งจ๋าย แล้วเราได้ยินข่าวจากเจ้าของร้านว่า ทาทายังกลับแล้ว ก็เลยส่งไปที่อินสตาแกรม ทาทา ยัง ไปว่าเราอุตส่าห์รีบมาปรากฏว่าไม่ทัน ก็ส่งไปว่า เพื่อนอุตส่าห์รีบมาหาคนสวยแหมไม่ได้เจอเลยนะ โชว์เสร็จประมาณตี 1 ครึ่งก็กลับบ้าน เวลาผ่านไปร่วมเดือน เพิ่งรู้วันนี้ว่าเราไปตะโกนบอกทาทาว่าพอเหอะ อันนี้งง งงจริงๆ วันนั้นไม่เจอกันเลยค่ะ” 

 มีการแซวกันหรือเปล่า ทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าโห่ไล่ “แต่ว่าก็มีการแซว เพราะว่าเราเป็นคนพูดโผงผางทั้งคู่ก็อำกันแรง ก็บอกว่ามาไม่ทันเลยนะ ทาทารีบกลับหรือเปล่าไม่รู้มีงานต่อหรือเปล่า อยากถามคำเดียวว่ารีบเพื่อ นี่คือข้อความของตุ๊กกี้”

 ข่าวที่ออกมาใช่ประโยคที่ ‘ตุ๊กกี้’บอกประโยคนี้หรือเปล่า “แต่ไปอ่านในข่าวมันไม่ใช่ประโยคนี้ เลยมันเป็นประโยคว่า พอเถอะ” 

 ‘ตุ๊ กกี้’ นอยด์ไหมกับข่าวที่ออกมาหรือเปล่า “นอยด์นะ หมั่นไส้ตรงที่ว่ามันหลุดไปตรงไหนคำนี้ นอยด์ตรงที่ว่ากลัวแฟนคลับทาทาเข้าใจเราผิด จนไม่อยากให้ใครมาทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกายด้วย อยากจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรเลย ที่พูดไปถ้าไม่สนิทก็จะไม่พูด คนที่ตุ๊กกี้ไม่อำคือคนที่ตุ๊กกี้ไม่สนิทด้วย เพราะฉะนั้นแล้วเวลาอำใครก็ตามคือเราสนิท แต่ว่าบางคนถ้าไม่สนิทก็ไม่อยากพูด กลัวพูดไม่เข้าหูเขา”  

 ต่อ ข้อถามว่า หลายคนสงสัยว่าเราไปสนิทกับ ‘ทาทา’ได้อย่างไร ตุ๊กกี้ กล่าวว่า “เราสนิทกันจากการที่แฟนคลับ แล้วมีคนไปเล่าให้ทาทาฟังว่า ตุ๊กกี้มีทาทาเป็นไอดอล และพยายามร้องเพลเขาในรายการชิงร้อยชิงล้าน พอเจ้าตัวมารู้ตัวเขากลับดีใจ หลังจากนั้นก็เชิญเขามารายการพฤหัสอัศจรรย์ เลยคุยกันสนิทสนมกัน เราเกิดปีเดียวกัน เลยมีนิสัยคล้ายๆกัน เรายอมรับว่านอยด์มาก ถึงขนาดที่ไปดูอินสตาแกรมทาทาว่า เราไปคอมเม้นท์อะไร แล้วครอปเอามาลง ทาทาก็คอมเม้นท์ข้อความที่เราครอปมาลงว่า ไม่มีอะไรมาทำลายความเป็นเพื่อนของเราได้ เรารักกัน อยากจะบอกว่าเราไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร ไม่อยากทะเลาะกับใคร เพราะก็ไม่รู้ว่า ใครรักเราจริง” 

 ต่อไป ‘ตุ๊กกี้’ ต้องระวังคำพูดหรือเปล่า ตุ๊กกี้ กล่าวว่า “ไม่ระวังเพราะว่าเป็นคนแบบนี้ แล้วคำพูดเราก็ไม่เคยทำร้ายใคร เราเองก็ไม่อยากให้ใครมาว่าเรา แล้วทำไมเราต้องไปว่าคนอื่น แต่อยากรู้ใครเป็นคนเอาข่าวออกมา ไม่โกรธไม่เอาเรื่องด้วย แค่อยากรู้ว่าแค่แซวหรือเขียนจริง” ตลกสาวชื่อดังกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
 
 
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

‘กุ้ง-ธัญพร’ คว้ารางวัลแรกนางงามผิวสวย มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2013


 วันที่ 2 พ.ค. ที่ห้องโลตัส สวีท 7 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการกองประกวดมิส แกรนด์ ไทยแลนด์ 2013 จัดประกวดรางวัล “นางงามผิวสวย” โดย สก๊อต คอลลาเจน โอร่า เป็นรางวัลแรกสำหรับเวทีนี้ 

 สาวงามผู้เข้าประกวดทั้ง 37 คน เดินอวดโฉมต่อคณะกรรมการในชุดกางเกงขาสั้นสีเหลืองและเสื้อกล้ามสีขาวพร้อมกล่าวแนะนำตัว จากนั้นคณะกรรมการถามสาวงามถึงวิธีการดูแลผิว ความประทับใจในการประกวด คาดหวังอะไรจากการประกวดเวทีนี้ ผิวที่สุขภาพดีต้องเป็นอย่างไร 

 ผลปรากฏว่าผู้ที่คว้ารางวัล “นางงามผิวสวย” ไปครอง ได้แก่ หมายเลข 8 น้องกุ้ง น.ส.ธัญพร ศรีเสน อายุ 25 ปี บัณฑิตสาวจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยน.ส.ธัญพรเผยว่าตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้รางวัลนางงามผิวสวยในวันนี้ซึ่งเป็นรางวัลแรกของการประกวด ผู้หญิงสวยไม่ใช่แค่มีผิวกายที่สดใสและสวยงาม แต่จะต้องมีสุขภาพกายและจิตใจที่สดใสด้วย จะดูแลตนเองโดยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมากๆ ในการประกวดรอบตัดสินไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรจะพยายามให้เต็มที่

 การประกวดรอบตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 7 พ.ค. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ช่อง 7 สีเริ่มถ่ายทอดเวลา 22.30 น. ทั้งนี้จะมีการประกาศเพิ่มตำแหน่งการเป็นตัวแทนผู้หญิงไทยไปประกวดในเวทีระดับนานาชาติ 3 เวที ได้แก่ มิส ซูปราเนชั่นแนล ไทยแลนด์ 2013 มิส อินเตอร์คอนติเนนตัล ไทยแลนด์ 2013 และมิส โกรฟส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ 2013 ด้วย
 
 
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

‘หนิง ปณิตา’ งงข่าวย้ายออกจากบ้านสามี

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ในงานฉลองครบรอบ 41 ปี สุขภาพดี ที่ ห้องประชุมคุณพ่อเปาโล อาคาร 1 ชั้น 11 โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน โดยมีคุณแม่ลูกหนึ่ง ‘หนิง’ปณิตา ธรรมวัฒนะ มาร่วมงานด้วย พร้อมกับแจงถึงข่าวที่ว่าย้ายออกจากบ้าน ‘หนิง’ ลั่นน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด

 โดย ‘หนิง-ปณิตา’ กล่าวว่า ตนงงมากกับข่าวที่ออกมาว่าย้ายออกจากบ้านแล้วไปอยู่คอนโดฯมาก น่าจะเข้าใจผิด เพราะว่าคอนโดฯเข้าไปอยู่ตั้งแต่ตอนที่น้องคลอดใหม่ๆ เพราะตอนนั้นบ้านยังไม่เสร็จ พอบ้านเสร็จก็ย้ายออกมาอยู่บ้าน ตนว่าข่าวนี้เป็นข่าวเก่ามาก 

  พร้อมกับกล่าวต่อถึงว่า กับ ‘จิน’ (จรินทร์) ตอนนี้ก็ถือว่าโอเคขึ้น อยากจะบอกตรงนี้ไว้เลยว่า กับเรื่องที่ถามๆกันมาว่า อีกฝั่งเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ เรื่องนี้ตนไม่ทราบและไม่อยากจะรับทราบ เพราะตนคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา ความรู้สึก ตอนนี้พยายามทำให้ดีที่สุด 

 “หนิง” เผยว่า “คนเราเวลามีอุปสรรคถ้าคิดว่าจะเดินหน้ากันต่อไปก็จะต้องทำให้ได้ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่หนิง แต่เป็นเรื่องของลูกแล้ว ทำเพื่อลูก ตอนนี้ใครจะทำอะไรก็เป็นเรื่องส่วนตัว และก็คงจะไม่ขอตอบว่าใครเป็นอย่างไร ส่วนตัวของจิน ตอนนี้ก็ถือว่าโอเค ก็อยู่กันเป็นครอบครัวไป” 

 ผู้สื่อข่าวถามถึงอาการป่วย คุณแม่ลูกหนึ่ง ตอบว่า สำหรับอาการไม่สบายที่เกิดมาก่อนหน้านี้ คือ ไขมันไปอุดตันหัวนม ทำให้ลูกกินนมไม่ได้ ต้องสลับให้ลูกกินอีกข้าง แล้วข้างที่เป็นปัญหาก็จะใช้เครื่องปั้มน้ำนมออกมาเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง เพื่อนำออกมาให้ลูกกินได้ในคราวต่อไป ความจริงอาการไม่สบายแบบนี้เป็นมาตั้งแต่คลอดแล้ว หมอก็ดูแลมาตลอดด้วยการฉีดยาชาที่หัวนม จากนั้นก็เอาเครื่องมือเข้าไปแทงเพื่อเปิดให้น้ำนมไหลได้ และให้กินอาหารที่มีไขมันน้อยๆ แต่ทำไปแล้วไม่กี่วันมันก็จะตันอีก เจาะมา 4 รอบแล้ว ซึ่งหมอว่าจะหายก็ต่อเมื่อหยุดให้นมลูก ตนเลยคิดว่าช่างมัน อยากจะให้ลูกได้กินนมแม่ก็ค่อยๆ รักษากันไป
 
 
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

"โดนัท" แจงซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน "อนันดา"

วันที่ 2 พ.ค. ที่ อินฟินิท ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ดาราสาว ‘โดนัท’มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวเทรนเนอร์และสปอนเซอร์ “ทรูอคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 10” หลังเสร็จงานดาราสาวให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่มีคนเห็นไปซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้า บ้านหนุ่มคนสนิท ‘อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม’ รวมถึงแพลนที่จะทำธุรกิจร่วมกัน

 โดย ‘โดนัท’ กล่าวว่า “เรื่องเฟอร์นิเจอร์ก็ไปซื้อด้วยกันตลอด แต่ซื้อเข้าบ้านอนันดา ซึ่งตอนนี้บ้านก็ยังไม่เสร็จเลยค่ะ ถามว่าทำไมไม่เอาเฟอร์นิเจอร์ที่ร้านของเขาเอง คงเพราะทำบ้านตัวเองหลังแรก เขาก็เลยสนุกกับการไปดูโน่นดูนี่ วันไหนถ้าว่างตรงกันโดนัทก็ไปด้วย แต่ถ้าไม่ว่างเขาก็คนเดียวแล้วก็จะโทร.มาถามว่าแบบนี้ๆ ดีไหม อย่างโดนัทก็จะช่วยคิดมากกว่าช่วยเลือก ถ้าเจออะไรที่ชอบก็จะบอกเขา แต่ไม่ได้แต่งบ้านตามสไตล์ตัวเองเพราะเป็นบ้านของอนันดาค่ะ”

 ผู้ สื่อข่าวถามว่าแอบคิดไหมว่าสักวันหนึ่งอาจจะเป็นบ้านของเรา ดาราสาวกล่าวว่า “ไม่ค่ะ เขาเองก็ไม่เคยมีบ้านที่เป็นของเขาจริงๆ จังๆ โดนัทไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้เลย ตอนนี้เขามีแพลนที่จะซื้อที่ปลูกบ้านอีกเพราะเริ่มสนใจธุรกิจตรงนี้ ถามว่ามีแพลนจะทำธุรกิจร่วมกันไหม มีนิดหน่อยแต่เป็นธุรกิจเล็กๆ เราสองคนทำงานด้วยกันมาสักพักแล้ว คงเป็นอะไรที่เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ที่อนันดาทำอยู่แหละค่ะ แต่ตอนนี้เขาเริ่มสนใจเรื่องอสังหาริมทรัพย์ อยากซื้อที่ปลูกบ้านให้คนเช่า สนุกกับการแต่งบ้าน โดนัทเลยชวนเขาไปเรียนศิลปะ นอกจากงานหนังก็มีงานอื่นๆ ที่คุยกันไว้ เรียกว่าพยายามหาจุดตรงกลางที่เราสองคนจะทำงานด้วยกันได้ ไม่ทะเลาะกันค่ะ”

 ต่อข้อถามว่าจริงไหมที่ก่อน หน้านี้อนันดาบอกว่าอยากไปลงหลักปักฐานที่เชียงใหม่ แต่โดนัทอยากอยู่กรุงเทพฯ “เราไม่ได้เคยคุยเรื่องนี้จริงจัง แต่เขาก็มีบ้านอยู่ที่โน่นอยู่แล้ว ถ้าเขาไปก็ไม่ใช่เรื่องลำบากที่จะไปมาหากัน โดนัทก็ยังต้องทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ อยู่ คงไม่ถึงขั้นจะไปซื้อบ้านที่เชียงใหม่ด้วย”

 ถ้า วันหนึ่งได้แต่งงานกันแล้วอนันดาให้ไปอยู่เชียงใหม่ จะโอเคไหม ‘โดนัท’ กล่าวว่า “อย่าเพิ่งคิดไปถึงนั่นเลย เอาตอนนี้ก่อน บ้านเขายังไม่เสร็จเลย ส่วนเรื่องแต่งงานถามมีโอกาสไหม อยากจะบอกว่าเวลาคนเห็นก็จะเห็นแต่เรื่องดีๆ แต่เวลาที่มันเหนื่อยก็มี งอนกันเป็นเรื่องปกติ ยังคิดว่าเราสองคนยังต้องทำความรู้จักกันอยู่ อยากขอเวลาให้ค่อยๆ ดูกันดีกว่า”

 ผู้สื่อข่าวถาม ว่า ล่าสุดไปเที่ยวบาหลีเป็นยังไงบ้าง “ก็โอเคสนุกดี แต่ตัวดำและน้ำหนักขึ้นด้วย เลือกไปบาหลีเพราะตอนแรกเราทั้งคู่ไม่ว่างกันเลย แต่ละครคืนคิว เลยนั่งคุยกันเล่นๆ ว่าจะทำอะไรดีเพราะเดี๋ยวช่วงสงกรานต์จะไม่อยู่ เรียกว่าไปแบบไม่ได้แพลนล่วงหน้า พอดีกับที่ว่าเคยไปที่นี่แล้วชอบก็เลยชวนกันไปอีก” โดนัทกล่าว
 
 
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

โคราชระทึก!!สะพานทรุดกว่า2ปี ชาวเน็ตสวดยับแฉสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก


เมื่อช่วงสาย วันที่ 2 พ.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ได้รับแจ้งว่า ชาวบ้านในเขต ต.ด่านคล้า และ ต.จันอัด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา กำลังอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตราย เนื่องจากสะพานข้ามลำน้ำคลัง ซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาลำเชียงไกร มีปัญหาทรุดตัวลง จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีนายเกษม กาบกลาง นายก อบต.จันอัด อ.โนนสูง พร้อมชาวบ้านหลายสิบคน ได้มาขอความช่วยเหลือให้ผู้สื่อข่าว ช่วยเป็นสื่อกลางประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งซ่อมแซมสะพานให้มั่นคงแข็งแรง จากนั้นได้เปิดเผยว่า สะพานดังกล่าว มีความยาว 40 เมตร ก่อสร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยได้รับความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลญี่ปุ่นมอบหมายให้กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ ควบคุมดูแลการก่อสร้างทั้งหมด ซึ่งสะพานแห่งนี้ ชาวบ้านหลายพันคน ในเขตพื้นที่ 8 หมู่บ้าน ต.จันอัด และ 14 หมู่บ้าน ต.ด่านคล้า อ.โนนสูง ใช้เป็นเส้น
ทางหลัก สัญจรระหว่างท้องถิ่น เข้าสู่ตัวอำเภอโนนสูง และ อำเภอโนนไทย





 นายเกษม กล่าวถึงสาเหตุของการทรุดตัว เมื่อช่วงปี พ.ศ 2553 หรือ 3 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ทำให้น้ำกัดเซาะตลิ่งจนเสาตอหม้อสะพานทรุดตัว และมีรอยแตกร้าว จึงแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รับทราบมาตั้งแต่ช่วงพบปัญหา แต่ไม่มีการซ่อมแซมแต่อย่างใด ความคืบหน้าตามที่ได้ติดตามมาโดยตลอด โดยสำนักงานทางหลวงชนบทนครราชสีมา ซึ่งได้ถ่ายโอนภารกิจ ให้อบจ.นครราชสีมา รับผิดชอบ ดูแลถนน และสะพาน มาตั้งแต่ ปี 2546 ได้สำรวจและออกแบบการซ่อมแซมสะพาน ในปีงบประมาณ 2555 ประมาณการกว่า 2.3 ล้านบาท แต่เรื่องดังกล่าว ได้เงียบหายไป ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามผู้บริหาร อบจ.นครราชสีมา อ้างรับผิดชอบแต่เพียงถนนเท่านั้น

  ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างพากันโพสต์วิพากษ์วิจารณ์ปนก่นด่ากับการก่อสร้างสะ พานสมโภชน์ 200 ปี ข้ามแม่น้ำป่าสัก จากหมู่บ้าน ม.5-ม.6 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยในเฟซบุ๊กได้มีผู้โพสต์ภาพใช้ชื่อภาพว่า “อดีตจนถึงปัจจุบันของสะพาน200ปี” โดยภาพดังกล่าว เป็นภาพสะพานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ที่ยังเป็นสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำป่าสัก และนำภาพสะพานแขวนด้วยสะลิงที่สร้างขึ้นมาใหม่ทดแทน ที่ใช้ได้ไม่นานเท่าได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมสายสะลิงขาดพังทลายลงไปในแม่น้ำทำ ให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย และนำภาพซึ่งถ่ายในมุมเดียวกันถึงภาพสะพานแขวนที่สะลิงขาดแล้วพังทลายลงไปใน แม่น้ำป่าสัก

 ภาพดังกล่าวมีการแชร์และโพสต์แสดงความคิดเห็นกันต่างๆ นาๆ บางรายบอกว่าสภาพเดิมนั้นยังคงใช้งานได้ดีและแข็งแรงใช้งานมานานหลายสิบปี ถึงแม้จะเคยถูกเรือชนจนสะพานได้รับความเสียหาย สะพานยังสามารถใช้งานได้อย่างดี การก่อสร้างสะพานในอดีตทำไมสะพานจึงมีความแข็งแรงทนทานมาก

 ผู้ที่ แสดงความคิดเห็นส่วนหนี่งเป็นคนในพื้นที่และใช้สะพานแห่งนี้ พบเห็นความผิดปกติของสะพาน การก่อสร้างพานขึ้นมาใหม่ไม่เคยมีการสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านก่อนเลย ชีวิตของคนที่เสียชีวิตไปได้รับเงินเยียวยาเพียง 25,000 บาท ไม่มีใครที่จะกล้าแสดงตัวออกมารับผิดชอบถึงความประมาทครั้งนี้เลย




ที่มา ข่าวสดออนไลน์   http://www.khaosod.co.th