วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

‘หนิง ปณิตา’ งงข่าวย้ายออกจากบ้านสามี

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ในงานฉลองครบรอบ 41 ปี สุขภาพดี ที่ ห้องประชุมคุณพ่อเปาโล อาคาร 1 ชั้น 11 โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน โดยมีคุณแม่ลูกหนึ่ง ‘หนิง’ปณิตา ธรรมวัฒนะ มาร่วมงานด้วย พร้อมกับแจงถึงข่าวที่ว่าย้ายออกจากบ้าน ‘หนิง’ ลั่นน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด

 โดย ‘หนิง-ปณิตา’ กล่าวว่า ตนงงมากกับข่าวที่ออกมาว่าย้ายออกจากบ้านแล้วไปอยู่คอนโดฯมาก น่าจะเข้าใจผิด เพราะว่าคอนโดฯเข้าไปอยู่ตั้งแต่ตอนที่น้องคลอดใหม่ๆ เพราะตอนนั้นบ้านยังไม่เสร็จ พอบ้านเสร็จก็ย้ายออกมาอยู่บ้าน ตนว่าข่าวนี้เป็นข่าวเก่ามาก 

  พร้อมกับกล่าวต่อถึงว่า กับ ‘จิน’ (จรินทร์) ตอนนี้ก็ถือว่าโอเคขึ้น อยากจะบอกตรงนี้ไว้เลยว่า กับเรื่องที่ถามๆกันมาว่า อีกฝั่งเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ เรื่องนี้ตนไม่ทราบและไม่อยากจะรับทราบ เพราะตนคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา ความรู้สึก ตอนนี้พยายามทำให้ดีที่สุด 

 “หนิง” เผยว่า “คนเราเวลามีอุปสรรคถ้าคิดว่าจะเดินหน้ากันต่อไปก็จะต้องทำให้ได้ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่หนิง แต่เป็นเรื่องของลูกแล้ว ทำเพื่อลูก ตอนนี้ใครจะทำอะไรก็เป็นเรื่องส่วนตัว และก็คงจะไม่ขอตอบว่าใครเป็นอย่างไร ส่วนตัวของจิน ตอนนี้ก็ถือว่าโอเค ก็อยู่กันเป็นครอบครัวไป” 

 ผู้สื่อข่าวถามถึงอาการป่วย คุณแม่ลูกหนึ่ง ตอบว่า สำหรับอาการไม่สบายที่เกิดมาก่อนหน้านี้ คือ ไขมันไปอุดตันหัวนม ทำให้ลูกกินนมไม่ได้ ต้องสลับให้ลูกกินอีกข้าง แล้วข้างที่เป็นปัญหาก็จะใช้เครื่องปั้มน้ำนมออกมาเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง เพื่อนำออกมาให้ลูกกินได้ในคราวต่อไป ความจริงอาการไม่สบายแบบนี้เป็นมาตั้งแต่คลอดแล้ว หมอก็ดูแลมาตลอดด้วยการฉีดยาชาที่หัวนม จากนั้นก็เอาเครื่องมือเข้าไปแทงเพื่อเปิดให้น้ำนมไหลได้ และให้กินอาหารที่มีไขมันน้อยๆ แต่ทำไปแล้วไม่กี่วันมันก็จะตันอีก เจาะมา 4 รอบแล้ว ซึ่งหมอว่าจะหายก็ต่อเมื่อหยุดให้นมลูก ตนเลยคิดว่าช่างมัน อยากจะให้ลูกได้กินนมแม่ก็ค่อยๆ รักษากันไป
 
 
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

"โดนัท" แจงซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน "อนันดา"

วันที่ 2 พ.ค. ที่ อินฟินิท ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ดาราสาว ‘โดนัท’มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวเทรนเนอร์และสปอนเซอร์ “ทรูอคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 10” หลังเสร็จงานดาราสาวให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่มีคนเห็นไปซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้า บ้านหนุ่มคนสนิท ‘อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม’ รวมถึงแพลนที่จะทำธุรกิจร่วมกัน

 โดย ‘โดนัท’ กล่าวว่า “เรื่องเฟอร์นิเจอร์ก็ไปซื้อด้วยกันตลอด แต่ซื้อเข้าบ้านอนันดา ซึ่งตอนนี้บ้านก็ยังไม่เสร็จเลยค่ะ ถามว่าทำไมไม่เอาเฟอร์นิเจอร์ที่ร้านของเขาเอง คงเพราะทำบ้านตัวเองหลังแรก เขาก็เลยสนุกกับการไปดูโน่นดูนี่ วันไหนถ้าว่างตรงกันโดนัทก็ไปด้วย แต่ถ้าไม่ว่างเขาก็คนเดียวแล้วก็จะโทร.มาถามว่าแบบนี้ๆ ดีไหม อย่างโดนัทก็จะช่วยคิดมากกว่าช่วยเลือก ถ้าเจออะไรที่ชอบก็จะบอกเขา แต่ไม่ได้แต่งบ้านตามสไตล์ตัวเองเพราะเป็นบ้านของอนันดาค่ะ”

 ผู้ สื่อข่าวถามว่าแอบคิดไหมว่าสักวันหนึ่งอาจจะเป็นบ้านของเรา ดาราสาวกล่าวว่า “ไม่ค่ะ เขาเองก็ไม่เคยมีบ้านที่เป็นของเขาจริงๆ จังๆ โดนัทไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้เลย ตอนนี้เขามีแพลนที่จะซื้อที่ปลูกบ้านอีกเพราะเริ่มสนใจธุรกิจตรงนี้ ถามว่ามีแพลนจะทำธุรกิจร่วมกันไหม มีนิดหน่อยแต่เป็นธุรกิจเล็กๆ เราสองคนทำงานด้วยกันมาสักพักแล้ว คงเป็นอะไรที่เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ที่อนันดาทำอยู่แหละค่ะ แต่ตอนนี้เขาเริ่มสนใจเรื่องอสังหาริมทรัพย์ อยากซื้อที่ปลูกบ้านให้คนเช่า สนุกกับการแต่งบ้าน โดนัทเลยชวนเขาไปเรียนศิลปะ นอกจากงานหนังก็มีงานอื่นๆ ที่คุยกันไว้ เรียกว่าพยายามหาจุดตรงกลางที่เราสองคนจะทำงานด้วยกันได้ ไม่ทะเลาะกันค่ะ”

 ต่อข้อถามว่าจริงไหมที่ก่อน หน้านี้อนันดาบอกว่าอยากไปลงหลักปักฐานที่เชียงใหม่ แต่โดนัทอยากอยู่กรุงเทพฯ “เราไม่ได้เคยคุยเรื่องนี้จริงจัง แต่เขาก็มีบ้านอยู่ที่โน่นอยู่แล้ว ถ้าเขาไปก็ไม่ใช่เรื่องลำบากที่จะไปมาหากัน โดนัทก็ยังต้องทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ อยู่ คงไม่ถึงขั้นจะไปซื้อบ้านที่เชียงใหม่ด้วย”

 ถ้า วันหนึ่งได้แต่งงานกันแล้วอนันดาให้ไปอยู่เชียงใหม่ จะโอเคไหม ‘โดนัท’ กล่าวว่า “อย่าเพิ่งคิดไปถึงนั่นเลย เอาตอนนี้ก่อน บ้านเขายังไม่เสร็จเลย ส่วนเรื่องแต่งงานถามมีโอกาสไหม อยากจะบอกว่าเวลาคนเห็นก็จะเห็นแต่เรื่องดีๆ แต่เวลาที่มันเหนื่อยก็มี งอนกันเป็นเรื่องปกติ ยังคิดว่าเราสองคนยังต้องทำความรู้จักกันอยู่ อยากขอเวลาให้ค่อยๆ ดูกันดีกว่า”

 ผู้สื่อข่าวถาม ว่า ล่าสุดไปเที่ยวบาหลีเป็นยังไงบ้าง “ก็โอเคสนุกดี แต่ตัวดำและน้ำหนักขึ้นด้วย เลือกไปบาหลีเพราะตอนแรกเราทั้งคู่ไม่ว่างกันเลย แต่ละครคืนคิว เลยนั่งคุยกันเล่นๆ ว่าจะทำอะไรดีเพราะเดี๋ยวช่วงสงกรานต์จะไม่อยู่ เรียกว่าไปแบบไม่ได้แพลนล่วงหน้า พอดีกับที่ว่าเคยไปที่นี่แล้วชอบก็เลยชวนกันไปอีก” โดนัทกล่าว
 
 
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

โคราชระทึก!!สะพานทรุดกว่า2ปี ชาวเน็ตสวดยับแฉสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก


เมื่อช่วงสาย วันที่ 2 พ.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ได้รับแจ้งว่า ชาวบ้านในเขต ต.ด่านคล้า และ ต.จันอัด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา กำลังอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตราย เนื่องจากสะพานข้ามลำน้ำคลัง ซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาลำเชียงไกร มีปัญหาทรุดตัวลง จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีนายเกษม กาบกลาง นายก อบต.จันอัด อ.โนนสูง พร้อมชาวบ้านหลายสิบคน ได้มาขอความช่วยเหลือให้ผู้สื่อข่าว ช่วยเป็นสื่อกลางประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งซ่อมแซมสะพานให้มั่นคงแข็งแรง จากนั้นได้เปิดเผยว่า สะพานดังกล่าว มีความยาว 40 เมตร ก่อสร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยได้รับความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลญี่ปุ่นมอบหมายให้กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ ควบคุมดูแลการก่อสร้างทั้งหมด ซึ่งสะพานแห่งนี้ ชาวบ้านหลายพันคน ในเขตพื้นที่ 8 หมู่บ้าน ต.จันอัด และ 14 หมู่บ้าน ต.ด่านคล้า อ.โนนสูง ใช้เป็นเส้น
ทางหลัก สัญจรระหว่างท้องถิ่น เข้าสู่ตัวอำเภอโนนสูง และ อำเภอโนนไทย





 นายเกษม กล่าวถึงสาเหตุของการทรุดตัว เมื่อช่วงปี พ.ศ 2553 หรือ 3 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ทำให้น้ำกัดเซาะตลิ่งจนเสาตอหม้อสะพานทรุดตัว และมีรอยแตกร้าว จึงแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รับทราบมาตั้งแต่ช่วงพบปัญหา แต่ไม่มีการซ่อมแซมแต่อย่างใด ความคืบหน้าตามที่ได้ติดตามมาโดยตลอด โดยสำนักงานทางหลวงชนบทนครราชสีมา ซึ่งได้ถ่ายโอนภารกิจ ให้อบจ.นครราชสีมา รับผิดชอบ ดูแลถนน และสะพาน มาตั้งแต่ ปี 2546 ได้สำรวจและออกแบบการซ่อมแซมสะพาน ในปีงบประมาณ 2555 ประมาณการกว่า 2.3 ล้านบาท แต่เรื่องดังกล่าว ได้เงียบหายไป ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามผู้บริหาร อบจ.นครราชสีมา อ้างรับผิดชอบแต่เพียงถนนเท่านั้น

  ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างพากันโพสต์วิพากษ์วิจารณ์ปนก่นด่ากับการก่อสร้างสะ พานสมโภชน์ 200 ปี ข้ามแม่น้ำป่าสัก จากหมู่บ้าน ม.5-ม.6 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยในเฟซบุ๊กได้มีผู้โพสต์ภาพใช้ชื่อภาพว่า “อดีตจนถึงปัจจุบันของสะพาน200ปี” โดยภาพดังกล่าว เป็นภาพสะพานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ที่ยังเป็นสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำป่าสัก และนำภาพสะพานแขวนด้วยสะลิงที่สร้างขึ้นมาใหม่ทดแทน ที่ใช้ได้ไม่นานเท่าได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมสายสะลิงขาดพังทลายลงไปในแม่น้ำทำ ให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย และนำภาพซึ่งถ่ายในมุมเดียวกันถึงภาพสะพานแขวนที่สะลิงขาดแล้วพังทลายลงไปใน แม่น้ำป่าสัก

 ภาพดังกล่าวมีการแชร์และโพสต์แสดงความคิดเห็นกันต่างๆ นาๆ บางรายบอกว่าสภาพเดิมนั้นยังคงใช้งานได้ดีและแข็งแรงใช้งานมานานหลายสิบปี ถึงแม้จะเคยถูกเรือชนจนสะพานได้รับความเสียหาย สะพานยังสามารถใช้งานได้อย่างดี การก่อสร้างสะพานในอดีตทำไมสะพานจึงมีความแข็งแรงทนทานมาก

 ผู้ที่ แสดงความคิดเห็นส่วนหนี่งเป็นคนในพื้นที่และใช้สะพานแห่งนี้ พบเห็นความผิดปกติของสะพาน การก่อสร้างพานขึ้นมาใหม่ไม่เคยมีการสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านก่อนเลย ชีวิตของคนที่เสียชีวิตไปได้รับเงินเยียวยาเพียง 25,000 บาท ไม่มีใครที่จะกล้าแสดงตัวออกมารับผิดชอบถึงความประมาทครั้งนี้เลย




ที่มา ข่าวสดออนไลน์   http://www.khaosod.co.th 

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

สิงโตเมินเรียกเทอร์รี่


สื่อต่างประเทศรายงานว่า รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีม สิงโตคำรามŽอังกฤษ จะไม่เรียกตัวจอห์น เทอร์รี่ ปราการหลังจากค่าย สิงโตน้ำเงินครามŽเชลซี ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในเกมกระชับมิตรที่จะถึงนี้

  ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเทอร์รี่พร้อมที่จะกลับมาเล่นให้ สิงโตคำรามŽ อีกคำรบ เพื่อหวังลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 หลังจากตัดสินใจอำลาการเล่นให้ทีมชาติไปเมื่อ 7 เดือนที่แล้ว เนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ

  อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวล่าสุดระบุว่าฮอดจ์สันไม่มีความตั้งใจที่จะเรียกแข้งรายนี้กลับมาติดธงแต่อย่างใด โดยเชื่อมั่นว่าตอนนี้ทีมชาติมีนักเตะตำแหน่งกองหลังตัวกลางมากพอในเกมกระชับมิตรกับไอร์แลนด์ และบราซิล ที่จะฟาดแข้งกันในเร็วๆ นี้ และจะเก็บเรื่องเทอร์รี่กลับสู่ทีมชาติไว้พิจารณาอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

  เมื่อเดือนที่แล้ว สิงโตคำรามŽ มีปัญหาขาดแคลนเซ็นเตอร์แบ๊กเพราะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บหลายราย แต่ล่าสุดทั้ง ฟิล จากีลก้า, ไมเคิ่ล ดอว์สัน และแกรี่ เคฮิลล์ หายจากอาการบาดเจ็บแล้วทั้งหมด ทำให้ฮอดจ์สันมีตัวเลือกสำหรับตำแหน่งนี้อีกครั้ง

 โดยเทอร์รี่ทำสถิติติดทีมชาติไป 78 นัด ยิงได้ 6 ประตู

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

รถจอดตีเส้นถนน จู่ๆ เก๋งพุ่งอัดท้าย คนงานกระเจิง


 เมื่อเวลา 02.50 น. วันที่ 1 พ.ค. พ.ต.ท.พรชัย ปังศิริรธรรม สว.สมร.1 กก8 (เขาเขียว) ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่บนถนนสาย 344 สาย 7 ตอน 2 กิโลเมตรที่ 81 + 200 เข้าขาเข้ากรุงเทพ มีคนติดอยู่ภายในรถ จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯไปช่วยเหลือคนเจ็บ และรุดไปดูในที่เกิดเหตุ

 พบรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 1กด-4461 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีเทา หมายเลขทะเบียน 81-9986 นนทบุรี และมีคนขับรถเก๋งติดอยู่ภายในทราบชื่อ นายอัครเดช สีสมาน อายุ  43 ปี เป็นพนักงานของบริษัทมิสเทรด แอนด์ เอ็นจีเนียร์ อิเล็กทริกส์ ถูกพวงมาลัยอัดบริเวณหน้าอก โคนขา เจ้าหน้าที่มูลนิธิ จึงช่วยกันใช้เครื่องตัดถ่าง นำร่างออกมาได้ และรีบส่งโรงพยาบาลชลบุรี

 จากการสอบสวนนายประสิทธิ ไผ่ทอง อายุ 47 ปี หัวหน้าคนงานของบริษัทเบญจภูมิกราฟิก จำกัด รับตีเส้นกลางถนนเผยว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุ ตนเองคุมคนงานจำนวน 7 คนตีเส้นกลางถนน ต่อมามีรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว ตนพยายามที่จะส่องไฟให้หลบ แต่ไม่ทัน รถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งชนท้ายรถ 6 ล้อซึ่งตีเส้นอยู่อย่างแรง คนงานที่ตีเส้นต่างก็วิ่งหนีเอาชีวิตรอด เบื้องต้นคาดว่าคนขับน่าจะหลับใน เลยไม่เห็นรถ 6 ล้อ


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

"เสือเหลือง"เอาอยู่ ทะลุชิงชปล. "ราชัน"หวิดดราม่าพลิกชะตา เฮียมูโวยเปา





 ผลการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง คืนวันอังคารที่ 30 เม.ย. "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด กลับมาเปิดรังเบอร์นาบิว ดวล "เสือเหลือง" ดอร์ตมุนด์ หลังนัดแรกออกไปแพ้มา 1-4 ประตู มานัดนี้ลุ้นระทึกช่วงท้ายเกม เมื่อทำประตูติดๆ 2 ลูก เกือบพลิกชะตาแบบดราม่า แต่สุดท้ายทีมเยือนเอาอยู่ หยุดประตูให้มาดริดชนะแค่ 2-0

 ส่งผลให้ดอร์ตมุนด์ทะลุเข้าไปรอชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ในอังกฤษ โดยเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งที่ 2 ของทีมเก่งจากเยอรมันที่ทิ้งห่างครั้งแรกเมื่อ 16 ปีก่อน ครั้งนั้นดอร์ตมุนด์ชนะจูเวนตุส คว้าแชมป์ได้ ส่วนมาดริดปีนี้ตกรอบรองชนะเลิศซ้ำเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากเคยพ่ายบาร์เซโลนาปี 2011 และแพ้บาเยิร์น มิวนิก ปี 2012

 โฮเซ่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์หลังเกม ชมลูกทีมว่าเล่นดีและเกือบจะทำได้ แต่ไม่สำเร็จเพราะผลของนัดแรกตามมาลงโทษ ที่ผิดหวังและเซ็งมากคือฮาวเวิร์ด เว็บบ์ กรรมการที่ชอบที่สุดคนหนึ่ง ไม่แจกใบแดงให้มัตส์ ฮุมเมลส์ กองหลังของดอร์ตมุนด์ ทั้งๆ ที่เห็นคาตา จังหวะนั้นถือว่า ไม่ได้ตัดสินแบบกรรมการ แต่ใจอ่อนแบบคนทั่วไป คงคิดว่า ถ้าแจกใบแดงแล้วฮุมเมลส์จะไม่ได้ลงนัดชิง
 
 ด้านฮุมเมลส์กล่าวว่า ทีมเสือเหลืองรู้ดีว่าถ้าเสียประตูครึ่งแรก กองเชียร์มาดริดฮึกเหิมแน่ๆ เราก็คุมเกมได้จนกระทั่งถูกยิง ทั้งเกมเลยเปลี่ยนเหมือนนัดที่เจอมาลาก้า ดีใจมากที่ผ่านเข้ารอบในที่สุด ทุกคนต่างฝันเอาไว้ ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก บางคนตอนนี้ก็ยังเด็กอยู่เลย เราจะรอไปเวมบลีย์


 สำหรับเกมนี้ เจ้าถิ่นเน้นเต็มสูบแต่ไม่มี อัลวาโร่ อาร์เบลัว ที่บาดเจ็บต้องให้ มิคาเอล เอสเซียง ยืนแบ๊กขวาแทน ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ตัวหลักอยู่ครบ ด้านทีมเยือนขนชุดใหญ่มาเต็มที่นำโดยโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงโปแลนด์ผู้ทำ 4 ประตูนัดแรก

 เปิดฉากครึ่งแรก รีล มาดริด เป็นฝ่ายเดินเครื่องบุกใส่ทันทีผ่านไป 4 นาที กอนซาโล่ อิกัวอิน หลุดเข้าไปยิงแต่ติดผู้รักษาประตูดอร์ตมุนด์เซฟไว้ได้ 

 นาทีที่ 14 ราชันชุดขาวน่าได้ประตูเมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้วอลเลย์จ่อๆ แต่โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ นายทวารเสือเหลืองยังออกมาบล็อกไว้ได้ และทีมเยือนต้องเปลี่ยนมาริโอ เกิตเซ่ ที่มีอาการบาดเจ็บออก หลังจากนั้น รีล มาดริด ยังบุกต่อเนื่องแต่จังหวะสุดท้ายไม่เฉียบขาดพอจบครึ่งแรกยัง 0-0

 กลับมาเล่นครึ่งหลังได้ 5 นาที ดอร์ตมุนด์เกือบออกนำจากจังหวะที่มาร์โก้ รอยส์ จ่ายบอลให้โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลุดเข้าไปยิงบอลพุ่งชนคานตกลงมาแต่ยังไม่ข้ามเส้นประตู เจ้าถิ่นรอดหวุดหวิด

 เกมรุกของรีล มาดริด ยังไม่ดีขึ้นโฮเซ่ มูรินโญ่ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นรวดเดียว 2 คนโดยส่งกาก้า มาแทนฟาบิโอ โคเอนเทรา และคาริม เบนเซม่า มาแทน กอนซาโล่ อิกัวอิน

 นาทีที่ 62 เสือเหลืองน่าได้ประตูออกนำเมื่อ มาร์โก้ รอยส์ เติมเกมทางด้านขวาแล้วไหลต่อให้ อิลคาย กุนโดกัน แปโล่งๆ แต่ ดีเอโก้ โลเปซ นายด่านรีล มาดริด มาปัดไว้ได้ 

 หลังจากนั้นรีล มาดริด เดินหน้าบุกหนักจนกระทั่งนาทีที่ 83 ความพยายามของพวกเขามาประสบความสำเร็จเมื่อมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากการประสานงานของ กาก้า ที่แทงบอลออกขวาให้ เมซุต โอซิล หลุดเข้าไปผ่านบอลเข้ากลางเขตโทษเสือเหลืองและเป็น คาริม เบนเซม่า วิ่งเข้ามาแปตุงตาข่าย

 พอขึ้นนำ ราชันชุดขาวได้ใจมาได้ประตู 2-0 ในนาทีที่ 88 หลังจากดอร์ตมุนด์สกัดลูกเตะมุมไม่ดี คาริม เบนเซม่าเปิดกลับมาให้เซอร์คิโอ รามอส ยิงเต็มข้อระยะ 6 หลา บอลเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม เสียงเชียร์จากแฟนเจ้าถิ่นดังกระหึ่มไปทั้งสนามเพราะต้องการอีกประตูเดียวก็จะพลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบ 

 ช่วงเวลาที่เหลือรีลมาดริดบุุกอยู่ฝ่ายเดียวแต่เสือเหลืองช่วยกันป้องกันไว้ได้ไม่เสียประตูเพิ่มจบเกมรีล มาดริด เอาชนะดอร์ตมุนด์ 2-0 แต่ไม่เพียงพอ รวมสองนัดดอร์ตมุนด์ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 4-3 เข้าไปรอพบผู้ชนะ ระหว่างบาเยิร์น มิวนิก กับ บาร์เซโลน่า ที่สนามเวมบลีย์วันที่ 25 พ.ค.นี้


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

ศาลชี้ ‘พลทหารฯณรงค์ฤทธิ์’ ถูกยิงที่อนุสรณ์สถานฯ เม.ย.53 ตายจากกระสุนปืนจนท.ทหาร



 ศาลชี้พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ถูกยิงตายจากกระสุนปืนความเร็วสูงของทหารขณะตั้งด่านสกัดม็อบ นปช.หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ช่วงเสื้อแดงชุมนุมปี 2553


ที่ห้องพิจารณาคดี 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 30 เม.ย. ศาลได้อ่านฟังคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพ คดีดำ อช.4/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นคำร้องให้ไต่สวนสาเหตุการตาย ของพลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี เพื่อให้ศาลทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด รวมถึงสาเหตุและพฤติการณ์การตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2553 ผู้ตายถูกยิงเสียชีวิต ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็ว เพื่อระงับเหตุการณ์การปะทะกันของเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ (ดอนเมือง)

ศาลพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด เหตุและผู้ตายเป็นอย่างไรและใครเป็นผู้กระทำร้ายผู้ตาย โดยผู้ร้องมีนายธวัชชัย สาละ บิดาผู้ตายเบิกความ สอดคล้องกับพยานปากอื่น คือ ร.อ.ธนรัชน์ มณีวงศ์ ,จ.ส.อ.นพดล ตนเตชะ , จ.ส.อ.โกศล นิลบุตร ,ส.อ.อนุภัทร์ ขอมปรางค์ และนายพงษ์ระวี ชนะชัย (อดีตพลทหาร) ทำนองว่า ร.อ.ธนรัชต์ มณีวงศ์ หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้นำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วด้วยรถจยย. เดินทางไปที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เพื่อเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่ง มีพลทหารพงษ์ระวี ชนะชัย ขับขี่รถ จยย. ส่วนผู้ตายนั่งซ้อนท้าย เมื่อมาถึงแนวสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออกช่องทางหลักและแนวสกัดของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นแนวเดียวกันทางช่องทางคู่ขนาน กลุ่มรถ จยย. เป็นกลุ่มแรกที่มาถึงใกล้แนวสกัดของทหารและตำรวจ โดยขับขี่เรียงตามกันมา รถจยย.ผู้ตายนั่งซ้อนท้ายตามมาเป็นคันที่ 5 และได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5 นัด พยานทั้งหมดจึงล้มรถ จยย.ลงและวิ่งเข้าหาที่กำบัง ส่วนผู้ตายถูกยิงที่ศรีษะตกลงจากรถ และเสียชีวิตเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ส.ต.ท.สุกิจ หวานไกล ส.ต.อ.วินัย กองแก้ว และ ส.ต.อ.ณรงค์ ทองพูล เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งแนวสกัดในขณะเกิดเหตุเบิกความสอดคล้องกัน ว่า ในวันเกิดเหตุได้ปฏิบัติหน้าที่และหันหน้าไปทางกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. เมื่อเวลา 15.00 น. เห็นทหารวางกำลังบริเวณตอม้อทางขึ้นทางด่วนโทล์เวล์เป็นระยะทั้งฝั่งซ้ายและขวา แต่ละจุดมีทหารถืออาวุธปืนยาว 2 นาย ต่อมามีรถจักรยานยนต์ 5-6 คัน เปิดไฟหน้าขับขี่เข้ามาตามถนนวิภาวดี-รังสิต เข้าใกล้แนวสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจห่างประมาณ 50 เมตร พยานกับพวกเข้าใจว่าเป็นรถ จยย.ของกลุ่มนปช. มีคนตะโกนให้หยุดและเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยิงปืนไปที่กลุ่มรถ จยย.หลายนัด จนรถล้มลงมีคนตะโกนว่ามีทหารถูกยิง

ขณะที่ พ.ท.นพ.เสกสรร ชายทวีป เบิกความว่า ได้ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย พบว่าที่ศีรษะผู้ตายมีบาดแผลฉีกขาดขอบไม่เรียบระหว่างหน้าขมับหางคิ้วขวา ขนาดกว้าง 3 ซม.ยาว 6 ซม. บาดแผลบริเวณหัวตาซ้ายกว้าง 0.7 ซม. ยาว 1.5 ซม.จากการผ่าศีรษะผู้ตายปรากฏว่าใต้หนังศีรษะพบรอยกระสุนและรอยฟกช้ำเป็นบริเวณกว้าง กะโหลกศีรษะแตก บริเวณหางคิ้วซ้ายเนื้อสมองซีกซ้ายถูกทำลายอย่างรุนแรง และพบเศษโลหะ 6-7 ชิ้น ฝังอยู่ภายในกะโหลกศีรษะและเนื้อสมอง และพบว่าวิถีกระสุน เข้าจากทิศทางซ้ายไปขวา ระหว่างหน้าขมับซ้ายและหางคิ้วซ้าย และสาเหตุที่ตายเกิดจากบาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง

พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เบิกความว่า ได้รับมอบหมายให้ตรวจพิสูจน์รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยษ กจ 683 ที่ผู้ตายนั่งซ้อนท้ายขณะเกิดเหตุและตรวจพิสูจน์เศษกระสุนปืนที่ผ่าออกจากศีรษะผู้ตายรวมทั้งตรวจหมวกทหารที่ผู้ตายสวมขณะเกิดเหตุ ผลการตรวจรถจักรยานยนต์ดังกล่าว พบว่าบริเวณเบาะนั่นด้านซ้ายที่คนขับมีรอยกระสุนปืนทะลุไปทางด้านขวา และผลการตรวจพิสูจน์เศษกระสุนปืนที่ผ่าออกจากศีรษะผู้ตาย พบว่า เป็นกระสุนขนาด .223 นิ้วหรือขนาด 5.56มม. ซึ่งเป็นกระสุนปืนความเร็วสูงที่ใช้กับอาวุธปืนเล็กยาวแบบ เอ็ม 16 หรือ เอชเค 33 เชื่อว่าพยานเบิกความไปตามความจริง นอกจากนี้ยังมีเอกสารการตรวจวิถีกระสุนที่ยิงมาที่รถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายนั่งอยู่ พบว่ามาจากคนยืนยิง ไม่ใช่ยิงมาจากที่สูง

ดังนั้นพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมานั้น ข้อเท็จจริงไม่อาจรับฟังเป็นประการอื่นได้คือ ผู้ตายถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ด้วยกระสุนปืนขนาด.223 นิ้วหรือขนาด 5.56 มม. ซึ่งยิงจากจากอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จึงมีคำสั่งว่าผู้ตาย คือ พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ตายที่บริเวณ ถนนวิภาวดีรังสิต-ขาออก เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2553 เวลา 15.00น. โดยถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง จากอาวุธปืนเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้น ซึ่งกระสุนเข้าที่ศีรษะด้านซ้ายบริเวณหางคิ้ว ผ่านทะลุกะโหลกและทำลายเนื้อเยื่อสมอง เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

ผู้สื่อข่าวรายงาน การฟังคำสั่งในวันนี้ ปรากฏว่า ไม่มีพนักงานอัยการฝ่ายผู้ร้อง หรือญาติของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ มาร่วมฟังคำสั่งแต่อย่างใด ขณะที่คดีนี้ถือเป็นสำนวนที่ 8 ที่ศาลมีคำสั่งชี้สาเหตุการเสียชีวิตโดยก่อนหน้านี้ศาลอาญา และศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งมาแล้ว 7 ราย ประกอบด้วยนายพัน คำกอง ชาว จ.ยโสธร , นายชาญณรงค์ พลศรีลา , นายชาติชาย ชาเหลา ชาวสุรินทร์ และ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา อายุ 14 ปี ที่ระบุเสียชีวิตจากกระสุนขนาด.223 ที่มาจากฝ่ายเจ้าพนักงาน

ขณะที่มีเพียงกรณีของนายบุญมี เริ่มสุข ผู้ร่วมชุมนุม นปช. อายุ 70 ปี ชาว กทม. ศพรายที่ 5 ถูกยิงบริเวณ ถ.พระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.และนายมานะ อาจราญ ลูกจ้างสวนสัตว์ดุสิต ศพรายที่ 6 ที่ถูกยิงตายภายในสวนสัตว์ดุสิต ที่ศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งใกล้เคียงกันว่า ทั้งสองเสียชีวิตด้วยกระสุนปืนขนาด .223 แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ

ส่วนศพนายนายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 50 ปี หรือลุงคิม รายที่ 7 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งว่านายฐานุทัศน์เสียชีวิตที่ รพ.มเหสักข์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อวันที่ 23 ก.พ.55 เวลา 22.35 น. เหตุและพฤติการณ์แห่งการตายของผู้ตาย สืบเนื่องจากปอดอักเสบ ระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลวจากโรคมะเร็งระยะลุกลาม โดยไม่ใช่ผลโดยตรงจากการถูกยิง

ขณะที่ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ จะมีคำสั่งการเสียชีวิตของนายฟาบิโอ โปเลงกี (FABIO POLENGHI) ช่างภาพชาวอิตาลี ศพรายที่ 9 ที่ถูกยิงเสียชีวิต ช่วงเวลา 10.00 - 13.00 น. เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 จากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาชนประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ช่วงระหว่าง ถนนจากศาลาแดง – ราชประสงค์








ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th