วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

สิงโตเมินเรียกเทอร์รี่


สื่อต่างประเทศรายงานว่า รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีม สิงโตคำรามŽอังกฤษ จะไม่เรียกตัวจอห์น เทอร์รี่ ปราการหลังจากค่าย สิงโตน้ำเงินครามŽเชลซี ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในเกมกระชับมิตรที่จะถึงนี้

  ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเทอร์รี่พร้อมที่จะกลับมาเล่นให้ สิงโตคำรามŽ อีกคำรบ เพื่อหวังลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 หลังจากตัดสินใจอำลาการเล่นให้ทีมชาติไปเมื่อ 7 เดือนที่แล้ว เนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ

  อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวล่าสุดระบุว่าฮอดจ์สันไม่มีความตั้งใจที่จะเรียกแข้งรายนี้กลับมาติดธงแต่อย่างใด โดยเชื่อมั่นว่าตอนนี้ทีมชาติมีนักเตะตำแหน่งกองหลังตัวกลางมากพอในเกมกระชับมิตรกับไอร์แลนด์ และบราซิล ที่จะฟาดแข้งกันในเร็วๆ นี้ และจะเก็บเรื่องเทอร์รี่กลับสู่ทีมชาติไว้พิจารณาอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

  เมื่อเดือนที่แล้ว สิงโตคำรามŽ มีปัญหาขาดแคลนเซ็นเตอร์แบ๊กเพราะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บหลายราย แต่ล่าสุดทั้ง ฟิล จากีลก้า, ไมเคิ่ล ดอว์สัน และแกรี่ เคฮิลล์ หายจากอาการบาดเจ็บแล้วทั้งหมด ทำให้ฮอดจ์สันมีตัวเลือกสำหรับตำแหน่งนี้อีกครั้ง

 โดยเทอร์รี่ทำสถิติติดทีมชาติไป 78 นัด ยิงได้ 6 ประตู

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

รถจอดตีเส้นถนน จู่ๆ เก๋งพุ่งอัดท้าย คนงานกระเจิง


 เมื่อเวลา 02.50 น. วันที่ 1 พ.ค. พ.ต.ท.พรชัย ปังศิริรธรรม สว.สมร.1 กก8 (เขาเขียว) ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่บนถนนสาย 344 สาย 7 ตอน 2 กิโลเมตรที่ 81 + 200 เข้าขาเข้ากรุงเทพ มีคนติดอยู่ภายในรถ จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯไปช่วยเหลือคนเจ็บ และรุดไปดูในที่เกิดเหตุ

 พบรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 1กด-4461 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีเทา หมายเลขทะเบียน 81-9986 นนทบุรี และมีคนขับรถเก๋งติดอยู่ภายในทราบชื่อ นายอัครเดช สีสมาน อายุ  43 ปี เป็นพนักงานของบริษัทมิสเทรด แอนด์ เอ็นจีเนียร์ อิเล็กทริกส์ ถูกพวงมาลัยอัดบริเวณหน้าอก โคนขา เจ้าหน้าที่มูลนิธิ จึงช่วยกันใช้เครื่องตัดถ่าง นำร่างออกมาได้ และรีบส่งโรงพยาบาลชลบุรี

 จากการสอบสวนนายประสิทธิ ไผ่ทอง อายุ 47 ปี หัวหน้าคนงานของบริษัทเบญจภูมิกราฟิก จำกัด รับตีเส้นกลางถนนเผยว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุ ตนเองคุมคนงานจำนวน 7 คนตีเส้นกลางถนน ต่อมามีรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว ตนพยายามที่จะส่องไฟให้หลบ แต่ไม่ทัน รถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งชนท้ายรถ 6 ล้อซึ่งตีเส้นอยู่อย่างแรง คนงานที่ตีเส้นต่างก็วิ่งหนีเอาชีวิตรอด เบื้องต้นคาดว่าคนขับน่าจะหลับใน เลยไม่เห็นรถ 6 ล้อ


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

"เสือเหลือง"เอาอยู่ ทะลุชิงชปล. "ราชัน"หวิดดราม่าพลิกชะตา เฮียมูโวยเปา





 ผลการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง คืนวันอังคารที่ 30 เม.ย. "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด กลับมาเปิดรังเบอร์นาบิว ดวล "เสือเหลือง" ดอร์ตมุนด์ หลังนัดแรกออกไปแพ้มา 1-4 ประตู มานัดนี้ลุ้นระทึกช่วงท้ายเกม เมื่อทำประตูติดๆ 2 ลูก เกือบพลิกชะตาแบบดราม่า แต่สุดท้ายทีมเยือนเอาอยู่ หยุดประตูให้มาดริดชนะแค่ 2-0

 ส่งผลให้ดอร์ตมุนด์ทะลุเข้าไปรอชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ในอังกฤษ โดยเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งที่ 2 ของทีมเก่งจากเยอรมันที่ทิ้งห่างครั้งแรกเมื่อ 16 ปีก่อน ครั้งนั้นดอร์ตมุนด์ชนะจูเวนตุส คว้าแชมป์ได้ ส่วนมาดริดปีนี้ตกรอบรองชนะเลิศซ้ำเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากเคยพ่ายบาร์เซโลนาปี 2011 และแพ้บาเยิร์น มิวนิก ปี 2012

 โฮเซ่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์หลังเกม ชมลูกทีมว่าเล่นดีและเกือบจะทำได้ แต่ไม่สำเร็จเพราะผลของนัดแรกตามมาลงโทษ ที่ผิดหวังและเซ็งมากคือฮาวเวิร์ด เว็บบ์ กรรมการที่ชอบที่สุดคนหนึ่ง ไม่แจกใบแดงให้มัตส์ ฮุมเมลส์ กองหลังของดอร์ตมุนด์ ทั้งๆ ที่เห็นคาตา จังหวะนั้นถือว่า ไม่ได้ตัดสินแบบกรรมการ แต่ใจอ่อนแบบคนทั่วไป คงคิดว่า ถ้าแจกใบแดงแล้วฮุมเมลส์จะไม่ได้ลงนัดชิง
 
 ด้านฮุมเมลส์กล่าวว่า ทีมเสือเหลืองรู้ดีว่าถ้าเสียประตูครึ่งแรก กองเชียร์มาดริดฮึกเหิมแน่ๆ เราก็คุมเกมได้จนกระทั่งถูกยิง ทั้งเกมเลยเปลี่ยนเหมือนนัดที่เจอมาลาก้า ดีใจมากที่ผ่านเข้ารอบในที่สุด ทุกคนต่างฝันเอาไว้ ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก บางคนตอนนี้ก็ยังเด็กอยู่เลย เราจะรอไปเวมบลีย์


 สำหรับเกมนี้ เจ้าถิ่นเน้นเต็มสูบแต่ไม่มี อัลวาโร่ อาร์เบลัว ที่บาดเจ็บต้องให้ มิคาเอล เอสเซียง ยืนแบ๊กขวาแทน ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ตัวหลักอยู่ครบ ด้านทีมเยือนขนชุดใหญ่มาเต็มที่นำโดยโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงโปแลนด์ผู้ทำ 4 ประตูนัดแรก

 เปิดฉากครึ่งแรก รีล มาดริด เป็นฝ่ายเดินเครื่องบุกใส่ทันทีผ่านไป 4 นาที กอนซาโล่ อิกัวอิน หลุดเข้าไปยิงแต่ติดผู้รักษาประตูดอร์ตมุนด์เซฟไว้ได้ 

 นาทีที่ 14 ราชันชุดขาวน่าได้ประตูเมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้วอลเลย์จ่อๆ แต่โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ นายทวารเสือเหลืองยังออกมาบล็อกไว้ได้ และทีมเยือนต้องเปลี่ยนมาริโอ เกิตเซ่ ที่มีอาการบาดเจ็บออก หลังจากนั้น รีล มาดริด ยังบุกต่อเนื่องแต่จังหวะสุดท้ายไม่เฉียบขาดพอจบครึ่งแรกยัง 0-0

 กลับมาเล่นครึ่งหลังได้ 5 นาที ดอร์ตมุนด์เกือบออกนำจากจังหวะที่มาร์โก้ รอยส์ จ่ายบอลให้โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลุดเข้าไปยิงบอลพุ่งชนคานตกลงมาแต่ยังไม่ข้ามเส้นประตู เจ้าถิ่นรอดหวุดหวิด

 เกมรุกของรีล มาดริด ยังไม่ดีขึ้นโฮเซ่ มูรินโญ่ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นรวดเดียว 2 คนโดยส่งกาก้า มาแทนฟาบิโอ โคเอนเทรา และคาริม เบนเซม่า มาแทน กอนซาโล่ อิกัวอิน

 นาทีที่ 62 เสือเหลืองน่าได้ประตูออกนำเมื่อ มาร์โก้ รอยส์ เติมเกมทางด้านขวาแล้วไหลต่อให้ อิลคาย กุนโดกัน แปโล่งๆ แต่ ดีเอโก้ โลเปซ นายด่านรีล มาดริด มาปัดไว้ได้ 

 หลังจากนั้นรีล มาดริด เดินหน้าบุกหนักจนกระทั่งนาทีที่ 83 ความพยายามของพวกเขามาประสบความสำเร็จเมื่อมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากการประสานงานของ กาก้า ที่แทงบอลออกขวาให้ เมซุต โอซิล หลุดเข้าไปผ่านบอลเข้ากลางเขตโทษเสือเหลืองและเป็น คาริม เบนเซม่า วิ่งเข้ามาแปตุงตาข่าย

 พอขึ้นนำ ราชันชุดขาวได้ใจมาได้ประตู 2-0 ในนาทีที่ 88 หลังจากดอร์ตมุนด์สกัดลูกเตะมุมไม่ดี คาริม เบนเซม่าเปิดกลับมาให้เซอร์คิโอ รามอส ยิงเต็มข้อระยะ 6 หลา บอลเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม เสียงเชียร์จากแฟนเจ้าถิ่นดังกระหึ่มไปทั้งสนามเพราะต้องการอีกประตูเดียวก็จะพลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบ 

 ช่วงเวลาที่เหลือรีลมาดริดบุุกอยู่ฝ่ายเดียวแต่เสือเหลืองช่วยกันป้องกันไว้ได้ไม่เสียประตูเพิ่มจบเกมรีล มาดริด เอาชนะดอร์ตมุนด์ 2-0 แต่ไม่เพียงพอ รวมสองนัดดอร์ตมุนด์ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 4-3 เข้าไปรอพบผู้ชนะ ระหว่างบาเยิร์น มิวนิก กับ บาร์เซโลน่า ที่สนามเวมบลีย์วันที่ 25 พ.ค.นี้


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

ศาลชี้ ‘พลทหารฯณรงค์ฤทธิ์’ ถูกยิงที่อนุสรณ์สถานฯ เม.ย.53 ตายจากกระสุนปืนจนท.ทหาร



 ศาลชี้พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ถูกยิงตายจากกระสุนปืนความเร็วสูงของทหารขณะตั้งด่านสกัดม็อบ นปช.หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ช่วงเสื้อแดงชุมนุมปี 2553


ที่ห้องพิจารณาคดี 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 30 เม.ย. ศาลได้อ่านฟังคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพ คดีดำ อช.4/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นคำร้องให้ไต่สวนสาเหตุการตาย ของพลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี เพื่อให้ศาลทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด รวมถึงสาเหตุและพฤติการณ์การตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2553 ผู้ตายถูกยิงเสียชีวิต ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็ว เพื่อระงับเหตุการณ์การปะทะกันของเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ (ดอนเมือง)

ศาลพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด เหตุและผู้ตายเป็นอย่างไรและใครเป็นผู้กระทำร้ายผู้ตาย โดยผู้ร้องมีนายธวัชชัย สาละ บิดาผู้ตายเบิกความ สอดคล้องกับพยานปากอื่น คือ ร.อ.ธนรัชน์ มณีวงศ์ ,จ.ส.อ.นพดล ตนเตชะ , จ.ส.อ.โกศล นิลบุตร ,ส.อ.อนุภัทร์ ขอมปรางค์ และนายพงษ์ระวี ชนะชัย (อดีตพลทหาร) ทำนองว่า ร.อ.ธนรัชต์ มณีวงศ์ หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้นำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วด้วยรถจยย. เดินทางไปที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เพื่อเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่ง มีพลทหารพงษ์ระวี ชนะชัย ขับขี่รถ จยย. ส่วนผู้ตายนั่งซ้อนท้าย เมื่อมาถึงแนวสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออกช่องทางหลักและแนวสกัดของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นแนวเดียวกันทางช่องทางคู่ขนาน กลุ่มรถ จยย. เป็นกลุ่มแรกที่มาถึงใกล้แนวสกัดของทหารและตำรวจ โดยขับขี่เรียงตามกันมา รถจยย.ผู้ตายนั่งซ้อนท้ายตามมาเป็นคันที่ 5 และได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5 นัด พยานทั้งหมดจึงล้มรถ จยย.ลงและวิ่งเข้าหาที่กำบัง ส่วนผู้ตายถูกยิงที่ศรีษะตกลงจากรถ และเสียชีวิตเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ส.ต.ท.สุกิจ หวานไกล ส.ต.อ.วินัย กองแก้ว และ ส.ต.อ.ณรงค์ ทองพูล เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งแนวสกัดในขณะเกิดเหตุเบิกความสอดคล้องกัน ว่า ในวันเกิดเหตุได้ปฏิบัติหน้าที่และหันหน้าไปทางกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. เมื่อเวลา 15.00 น. เห็นทหารวางกำลังบริเวณตอม้อทางขึ้นทางด่วนโทล์เวล์เป็นระยะทั้งฝั่งซ้ายและขวา แต่ละจุดมีทหารถืออาวุธปืนยาว 2 นาย ต่อมามีรถจักรยานยนต์ 5-6 คัน เปิดไฟหน้าขับขี่เข้ามาตามถนนวิภาวดี-รังสิต เข้าใกล้แนวสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจห่างประมาณ 50 เมตร พยานกับพวกเข้าใจว่าเป็นรถ จยย.ของกลุ่มนปช. มีคนตะโกนให้หยุดและเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยิงปืนไปที่กลุ่มรถ จยย.หลายนัด จนรถล้มลงมีคนตะโกนว่ามีทหารถูกยิง

ขณะที่ พ.ท.นพ.เสกสรร ชายทวีป เบิกความว่า ได้ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย พบว่าที่ศีรษะผู้ตายมีบาดแผลฉีกขาดขอบไม่เรียบระหว่างหน้าขมับหางคิ้วขวา ขนาดกว้าง 3 ซม.ยาว 6 ซม. บาดแผลบริเวณหัวตาซ้ายกว้าง 0.7 ซม. ยาว 1.5 ซม.จากการผ่าศีรษะผู้ตายปรากฏว่าใต้หนังศีรษะพบรอยกระสุนและรอยฟกช้ำเป็นบริเวณกว้าง กะโหลกศีรษะแตก บริเวณหางคิ้วซ้ายเนื้อสมองซีกซ้ายถูกทำลายอย่างรุนแรง และพบเศษโลหะ 6-7 ชิ้น ฝังอยู่ภายในกะโหลกศีรษะและเนื้อสมอง และพบว่าวิถีกระสุน เข้าจากทิศทางซ้ายไปขวา ระหว่างหน้าขมับซ้ายและหางคิ้วซ้าย และสาเหตุที่ตายเกิดจากบาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง

พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เบิกความว่า ได้รับมอบหมายให้ตรวจพิสูจน์รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยษ กจ 683 ที่ผู้ตายนั่งซ้อนท้ายขณะเกิดเหตุและตรวจพิสูจน์เศษกระสุนปืนที่ผ่าออกจากศีรษะผู้ตายรวมทั้งตรวจหมวกทหารที่ผู้ตายสวมขณะเกิดเหตุ ผลการตรวจรถจักรยานยนต์ดังกล่าว พบว่าบริเวณเบาะนั่นด้านซ้ายที่คนขับมีรอยกระสุนปืนทะลุไปทางด้านขวา และผลการตรวจพิสูจน์เศษกระสุนปืนที่ผ่าออกจากศีรษะผู้ตาย พบว่า เป็นกระสุนขนาด .223 นิ้วหรือขนาด 5.56มม. ซึ่งเป็นกระสุนปืนความเร็วสูงที่ใช้กับอาวุธปืนเล็กยาวแบบ เอ็ม 16 หรือ เอชเค 33 เชื่อว่าพยานเบิกความไปตามความจริง นอกจากนี้ยังมีเอกสารการตรวจวิถีกระสุนที่ยิงมาที่รถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายนั่งอยู่ พบว่ามาจากคนยืนยิง ไม่ใช่ยิงมาจากที่สูง

ดังนั้นพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมานั้น ข้อเท็จจริงไม่อาจรับฟังเป็นประการอื่นได้คือ ผู้ตายถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ด้วยกระสุนปืนขนาด.223 นิ้วหรือขนาด 5.56 มม. ซึ่งยิงจากจากอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จึงมีคำสั่งว่าผู้ตาย คือ พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ตายที่บริเวณ ถนนวิภาวดีรังสิต-ขาออก เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2553 เวลา 15.00น. โดยถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง จากอาวุธปืนเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้น ซึ่งกระสุนเข้าที่ศีรษะด้านซ้ายบริเวณหางคิ้ว ผ่านทะลุกะโหลกและทำลายเนื้อเยื่อสมอง เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

ผู้สื่อข่าวรายงาน การฟังคำสั่งในวันนี้ ปรากฏว่า ไม่มีพนักงานอัยการฝ่ายผู้ร้อง หรือญาติของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ มาร่วมฟังคำสั่งแต่อย่างใด ขณะที่คดีนี้ถือเป็นสำนวนที่ 8 ที่ศาลมีคำสั่งชี้สาเหตุการเสียชีวิตโดยก่อนหน้านี้ศาลอาญา และศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งมาแล้ว 7 ราย ประกอบด้วยนายพัน คำกอง ชาว จ.ยโสธร , นายชาญณรงค์ พลศรีลา , นายชาติชาย ชาเหลา ชาวสุรินทร์ และ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา อายุ 14 ปี ที่ระบุเสียชีวิตจากกระสุนขนาด.223 ที่มาจากฝ่ายเจ้าพนักงาน

ขณะที่มีเพียงกรณีของนายบุญมี เริ่มสุข ผู้ร่วมชุมนุม นปช. อายุ 70 ปี ชาว กทม. ศพรายที่ 5 ถูกยิงบริเวณ ถ.พระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.และนายมานะ อาจราญ ลูกจ้างสวนสัตว์ดุสิต ศพรายที่ 6 ที่ถูกยิงตายภายในสวนสัตว์ดุสิต ที่ศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งใกล้เคียงกันว่า ทั้งสองเสียชีวิตด้วยกระสุนปืนขนาด .223 แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ

ส่วนศพนายนายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 50 ปี หรือลุงคิม รายที่ 7 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งว่านายฐานุทัศน์เสียชีวิตที่ รพ.มเหสักข์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อวันที่ 23 ก.พ.55 เวลา 22.35 น. เหตุและพฤติการณ์แห่งการตายของผู้ตาย สืบเนื่องจากปอดอักเสบ ระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลวจากโรคมะเร็งระยะลุกลาม โดยไม่ใช่ผลโดยตรงจากการถูกยิง

ขณะที่ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ จะมีคำสั่งการเสียชีวิตของนายฟาบิโอ โปเลงกี (FABIO POLENGHI) ช่างภาพชาวอิตาลี ศพรายที่ 9 ที่ถูกยิงเสียชีวิต ช่วงเวลา 10.00 - 13.00 น. เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 จากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาชนประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ช่วงระหว่าง ถนนจากศาลาแดง – ราชประสงค์








ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th



รวบกะเทยลวงสาวไทยค้ากามแอฟริกาใต้-ซ้ำร้ายมีคนไทยช่วยหนีออกมาแล้วนำไปขายให้เครือข่าย


 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน ผกก.1 บก.ปคม. แถลงข่าวจับกุม นายมารักษ์ ลาโกติ หรือ เหมียว อายุ 21 ปี สาวประเภทสอง ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญา ข้อหาสมคบกันค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี ซึ่งจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร

 พล.ต.ต.ชวลิตกล่าวว่า คดีนี้มีผู้เสียหายรายหนึ่งเป็นหญิงสาวชาวไทย อายุ 36 ปี ซึ่งถูกผู้ต้องหากับพวกอีกไม่ต่ำกว่า 4 คน หลอกให้ไปทำงานนวดแผนไทยที่ประเทศแอฟริกาใต้ ปรากฏว่าเมื่อเดินทางไปแล้วก็ถูกขบวนการดังกล่าว ที่มีทั้งชาวไทยและแอฟริกาใต้ นำตัวไปกักขังไว้ที่ห้องใต้ดินของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก แล้วก็ถูกบังคับให้ขายบริการ หากไม่ยอมก็จะให้อดข้าวอดน้ำจนผู้เสียหายทนไม่ไหว ก็เลยต้องยอม

  พล.ต.ต.ชวลิตกล่าวอีกว่า ต่อมาผู้เสียหายได้หลบหนีออกมาได้ โดยการช่วยเหลือของชาวไทยที่อยู่ที่นั่น แต่กลับถูกนำไปขายต่อให้กับเครือข่ายค้าประเวณีอีกกลุ่มหนึ่ง โดยถูกขังไว้ในบ้านพัก ถูกบังคับค้าประเวณีจนผู้เสียหายทนไม่ไหว ต้องวางแผนขอความช่วยเหลือจากตำรวจ กระทั่งถูกส่งตัวกลับประเทศและเข้าแจ้งความดังกล่าว

 พล.ต.ต.ชวลิตกล่าวอีกว่า จากการสอบสวนทางผู้เสียหายให้การด้วยว่าก่อนจะหลบหนีออกมาได้นั้น หลังรู้ว่าถูกหลอกมา ก็ต้องนั่งร้องไห้ทุกวัน จนมีเพื่อนร่วมงานคนไทยสงสาร ก็เลยให้เบอร์โทรศัพท์ของหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือได้ ปรากฏว่าเมื่อถูกช่วยเหลือออกมาได้ กลับโชคร้าย เพราะถูกส่งตัวไปขายบริการต่อ ซึ่งในสถานบริการสุดท้าย ผู้เสียหายหลบหนีออกมาได้นั้น ได้ใช้วิธีสังเกตระยะเวลาที่รถสายตรวจตำรวจวิ่งผ่าน จนเมื่อสบโอกาสก็ปีนรั้วบ้านออกมาซ่อนตัวในพุ่มไม้ เมื่อมีรถของตำรวจวิ่งผ่านมาก็รีบเข้าไปขอความช่วยเหลือ ก่อนถูกพาตัวไปที่สถานทูตไทย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของสถานทูตก็ได้ทำเรื่องส่งตัวกลับ พร้อมประสานมายังตำรวจ ปคม.เพื่อให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ก่อนจะมีการจับกุมดังกล่าว
  พล.ต.ต.ชวลิตกล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารายนี้ให้การปฏิเสธ แต่ในทางสืบสวนพบด้วยว่า เครือข่ายนี้ได้กักขังหญิงสาวชาวไทยไว้ในห้องใต้ดิน อีกประมาณ 10 คน ซึ่งทางเรากำลังรีบประสานเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว อย่างไรก็ดีเท่าที่สอบปากคำอย่างละเอียดทราบว่าบางส่วนก็สมัครใจ ที่จะทำงานอยู่ที่นั่น จึงมีบางส่วนที่กำลังประสานกับทางสถานทูตไทย ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือต่อไปแล้ว


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

สั่งสอบดต.ดินแดง-คลิปโฉวิ่งหนีโจ๋

ทั้งชุดตร. คนโพสต์ กล่าวหา! พาผู้หญิง "เปิดห้อง"
ผบช.น.สั่งสอบคลิปวัยรุ่นไล่กวดตร. ในเครื่องแบบที่วิ่งไปขึ้นรถสายตรวจของเพื่อนเผ่นหนี พร้อมตะโกนด่าทอลั่นถนนย่านดินแดง ระบุพาผู้หญิงไปเปิดห้องพาร์ตเมนต์ แต่ฝ่ายหญิงส่งข้อความให้เพื่อนมาช่วยเหลือ ด้านผกก.สน.ดินแดงเผยรู้ตัวแล้วเป็นด.ต.ฝ่ายปราบปราม อยู่ระหว่างลาพักไปสอบขึ้นเป็นชั้นสัญญาบัตร พบเป็นคลิปที่ถ่ายเมื่อ 26 เม.ย. ส่วนเพื่อนสายตรวจที่ไปช่วยพบไม่เกี่ยวข้อง แค่ได้รับแจ้งเหตุแล้วเดินทางไปเท่านั้น แจ้งเจ้าทุกข์มาแสดงตัวเพื่อให้ข้อมูล ยันให้ความเป็นธรรมเต็มที่ ตร.ขอดูภาพวงจรปิดอพาร์ต เมนต์รายวัน พบด.ต.ขี่จยย.พาผู้หญิงมาเปิดห้องพัก ผ่านไปครึ่งชั่วโมงลงจากห้องพบกลุ่มวัยรุ่นดักรออยู่ก่อนวิ่งไล่กวดชุลมุน
จากคลิปอื้อฉาวในเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งมีต้นตอมาจากเว็บยูทูบโดยผู้โพสต์ใช้ชื่อ "ไก่จ๋า ได้ยินไหมว่าเสียงใคร" เป็นคลิปกลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งไล่ตามชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยเครื่องแบบตำรวจออกมาจากหน้าอพาร์ตเมนต์ เช่ารายวัน พร้อมตะโกนด่าทอตลอดทาง ก่อนที่จะมีตำรวจอีก 2 นายขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจมาพาหลบหนีไป เป็นคลิปที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าเหตุเกิดที่ย่านดินแดง รุ่นน้องผู้หญิงถูกตำรวจขอตรวจค้นก่อนพาไปยังอพาร์ตเมนต์เช่ารายวัน ทำให้ผู้หญิงแอบส่งข้อความไปยังเพื่อนๆ ตามมาช่วยเหลือ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เม.ย. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานแค่ว่ามีประชาชนถ่ายคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสน.ดินแดง ขณะที่กำลังวิ่งหนีกลุ่มคน และระบุว่าพาผู้หญิงไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง แต่ยังไม่ได้เห็นคลิป ขอตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ขณะนี้ทราบว่าตำรวจนายดังกล่าวอยู่ระหว่างลาพักไปสอบเลื่อนขึ้นเป็นชั้นสัญญาบัตร สั่งให้รีบเรียกตัวมาสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดแล้ว
พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ รองผบช.น. กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว ให้ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางกับสถานีตำรวจนครบาลดินแดงตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ได้รับรายงานจากพ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล ผกก.สน.ดินแดง ว่าเป็นตำรวจในสน.ดินแดง ยศดาบตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ดินแดง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการลาสอบขึ้นเป็นชั้นสัญญาบัตรที่จังหวัดในภาคใต้และไม่สามารถติดต่อได้ จึงสั่งให้ตำรวจ นครบาล 1 และสน.ดินแดง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
ด้านพ.ต.อ.ภานพกล่าวว่า ทราบเรื่องและเห็นคลิปแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนชายที่วิ่งหนีคือ ด.ต.วรวิทย์ นุกูลกิจ อายุ 42 ปี ผบ.หมู่ฝ่ายปราบปราม สน.ดินแดง ส่วนรายละเอียดและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้คุยกับด.ต.วรวิทย์ เนื่องจากลาไปสอบเลื่อนชั้นสัญญาบัตรที่จ.สงขลาถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้ ก่อนหน้านี้พยายามโทรศัพท์ติดต่อแต่ปิดมือถือ จึงแจ้งกับทางญาติของด.ต.วรวิทย์ให้รีบเดินทางกลับมารายงานตัวทันที และกำลังตรวจสอบอยู่ว่าในคืนเกิดเหตุด.ต.วรวิทย์ เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่ แต่จากในคลิปด.ต.วรวิทย์แต่งเครื่องแบบตำรวจ คาดว่าน่าจะปฏิบัติหน้าที่อยู่
พ.ต.อ.ภานพกล่าวอีกว่า สำหรับตำรวจอีก 2 นายที่ขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจไปรับออกมานั้นเป็นตำรวจสน.ดินแดงเช่นกัน แต่สอบแล้วไม่พบว่าเกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่วันเกิดเหตุได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ตรงข้ามซอยประชาสงเคราะห์ 25 จึงไปตรวจสอบ กระทั่งพบชาวบ้านวิ่งไล่ด.ต.วรวิทย์อยู่ภายในซอยประชาสงเคราะห์ 23 จึงเข้าไปสอบถามและให้เจ้าทุกข์มาแจ้งความ ก่อนที่จะรีบพาด.ต.วรวิทย์ออกจากที่เกิดเหตุเพราะเกรงจะเกิดปะทะกับประชาชน
ผกก.สน.ดินแดงกล่าวอีกว่า ตำรวจสายตรวจที่ไปช่วยเหลือรายงานว่า เมื่อกลับมาถึงโรงพักสอบถามว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น แต่ด.ต. วรวิทย์ไม่ได้ตอบ และรีบออกจากโรงพักไปทันทีโดยไม่ได้พบหน้ากันอีกเพราะอยู่ระหว่างลาพัก สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นนั้นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีพ.ต.ท. ประพจน์ อนุศิริ รองผกก.สส.สน.ดินแดงเป็นประธาน จะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผิดก็ต้องดำเนินคดีทั้งทางกฎหมายและทางวินัย ตอนนี้ยังไม่อยากด่วนสรุปว่าเป็นเรื่องอะไรเพราะยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความและให้ข้อมูลเพิ่มเติม
"อยากขอให้ทางผู้เสียหายเดินทางเข้ามาให้ข้อมูลกับผมโดยตรง ซึ่งพร้อมให้ความเป็นธรรม และสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนออกหาข่าวและตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมทั้งหาพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุ และติดตามผู้เสียหายมาแจ้งความ เพื่อที่เรื่องต่างๆ จะได้คลี่คลายโดยเร็ว ส่วนทางผู้บังคับบัญชาได้รายงานให้ทราบแล้ว ซึ่งสั่งกำชับให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด" พ.ต.อ.ภานพกล่าว
วันเดียวกัน ตำรวจสน.ดินแดงเดินทางไปที่อพาร์ตเมนต์รายวันในซอยประชาสง เคราะห์ 23 จุดที่เกิดเหตุวิ่งไล่กันของชายฉกรรจ์กับด.ต.วรวิทย์ เพื่อสอบปากคำพนักงานและขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งไว้หลายตัว โดยเห็นภาพด.ต.วรวิทย์ในชุดเครื่องแบบตำรวจขี่รถจักรยานยนต์พาหญิงสาวคนหนึ่งมาติดต่อขอเปิดห้อง ระหว่าง ด.ต.วรวิทย์พูดคุยกับพนักงาน ฝ่ายหญิงถือโอกาสกดโทรศัพท์มือถือ คาดว่าส่งข้อความถึงเพื่อนๆ จากนั้นทั้งคู่ก็พากันเดินขึ้นไปชั้นบน
เวลาผ่านไปประมาณ 14 นาที มีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินทางมาที่อพาร์ตเมนต์ กระทั่งเวลาผ่านไปอีก 16 นาที หญิงสาวเดินลงจากชั้นบนเข้าหากลุ่มชายฉกรรจ์ และอีกไม่กี่อึดใจต่อมาด.ต.วรวิทย์เดินตามลงมา ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์กรูเข้าหาและวิ่งไล่กวดกันออกจากอพาร์ตเมนต์ไป



ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

สะพานแขวนขาด ตายหมู่! รถรา-คนร่วงจมน้ำ

ค้นเจอแล้ว6ศพ ข้ามแม่น้ำป่าสัก วัดสะตือ"พ่อโต" สะลิงรับไม่ไหว ทั้งๆที่เพิ่งซ่อม
 สยอง"สะพานแขวน" ขาดจมลงแม่น้ำป่าสัก สังเวยทันที 6 ศพ นับร้อยชีวิตแตกตื่นหนีตายโกลาหล เผยเป็นสะพานเก่าแก่ข้างวัดสะตือหลวงพ่อโต วัดดัง อ.ท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา สาเหตุเกิดจากลวดสะลิงรับน้ำหนักไม่ไหว แฉเพิ่งซ่อมใหญ่หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 54 อธิบดีปภ.รายงานด่วนถึงนายกฯยิ่งลักษณ์ เร่งหาผู้ที่ยังสูญหาย 
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 28 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสะพานปูน (สะพานแขวน) ชื่อสะพาน 200 ปี ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 120 เมตรข้ามแม่น้ำป่าสัก ระหว่างหมู่ที่ 5 บริเวณเขื่อนพระราม 6 ข้ามไปหมู่ที่ 6 วัดสะตือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดพังถล่มหัก 2 ท่อนลงไปในแม่น้ำป่าสัก ส่งผลให้ประชาชนที่กำลังสัญจรไปมาบนสะพานโดยรถจักรยานยนต์ตกลงไปในแม่น้ำ นอกจากนี้คานใต้สะพานดังกล่าวยังได้หักพังลงไปทับผู้เสียชีวิตทันที 4 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุประมาณ 12 ปี และบาดเจ็บอีกประมาณ 15 ราย ชาวบ้านจึงช่วยกันทยอยนําตัวผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ.ท่าเรือ เป็นการด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา และใกล้เคียง ระดมกำลังเดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตครั้งนี้ ซึ่งการให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลําบากเนื่องจากเส้นทางถูกตัดขาด และยังมีชาวบ้านนับพันคนเข้ามามุงดูบริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอยู่ด้านบน และกู้ภัยอีกชุดลงงมค้นหาผู้ที่คาดว่าจะติดอยู่ใต้ซากสะพานดังกล่าวในแม่น้ำ ก่อนจะยุติการค้นหาในช่วงค่ำโดยไม่พบผู้เสียชีวิต

 สําหรับสะพานแห่งนี้ก่อสร้างในช่วงเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 200 ปี เมื่อปี 2525 ล่าสุดทางเทศบาลท่าคลอง เจ้าของพื้นที่ เพิ่งบูรณะสะพานเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากใช้งานมากว่า 30 ปี สภาพชำรุดจนกระทั่งพังลงมาในวันนี้
ต่อมา เวลา 19.30 น. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเป็นหนังสือด่วนเหตุการณ์สะพาน 200 ปี ถล่มครั้งนี้ถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า เมื่อเวลา 17.30 น. เกิดเหตุสะพานแขวน 200 ปี บริเวณวัดสะตือพุทธไสยาสน์ บ้านท่างาม หมู่ 6 ต. ท่าหลวง อ.ท่าเรือ ลวดสะลิงขาดและถล่ม เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 45 ราย ส่วนผู้สูญหายอยู่ระหว่างตรวจสอบ ทั้งนี้สะพานดังกล่าวเป็นสะพานแขวนลวดสะลิงในชุมชน ประชาชนใช้สัญจรและจยย.ข้ามแม่น้ำป่าสัก กว้าง 2.3 เมตร ยาว 120 เมตร
นายชัยยุทธ สุดประเสริฐ กำนันตำบลท่าหลวง เปิดเผยว่า สะพาน 200 ปี แห่งนี้ได้ก่อสร้างเมื่อครั้งฉลอง 200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ ใช้สัญจรระหว่างชาวบ้าน หมู่ 5 และ 6 ต.บ้าน หลวง และเพิ่งซ่อมใหญ่เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา งบประมาณ 8 ล้านบาท หลังซ่อมเสร็จ สะพานทรุดในด้านซ้าย สะลิงมีลักษณะสั่นคลอน และแจ้งประชาชนให้ใช้สะพานด้วยความระมัดระวัง อย่าพยายามขึ้นไปเดินจำนวนมาก เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตราย และประสานเทศบาลตำบลท่าหลวงเร่งมาซ่อมแซม แต่ก็มาเกิดเหตุสลดขึ้นจนได้ ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุที่วัดสะตือมีการจัดตลาดนัดในวันหยุด จึงมีประชาชนจำนวนมากใช้เส้นทางสัญจรไปมา โดยสะพานดังกล่าวใช้ได้เฉพาะรถจยย.และคนเดินเท่านั้น ส่วนรถใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ ระหว่างเกิดเหตุชาวบ้านแจ้งว่ามีเสียงดังคล้ายสายลวดสะลิงขาดกลางสะพานด้านซ้าย จากนั้นสะพานพลิกม้วนคว่ำลงแล้วขาด ทำให้คนที่อยู่บนสะพานกว่า 20 คนและกำลังขับขี่จยย.ข้าม 4 คันร่วงจากสะพาน หลายคนถูกชิ้นส่วนสะพานที่เป็นคอนกรีตตกลงไปทับทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 
นอกจากนี้ นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญ วรกุล นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา และพล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.จ. พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการให้สอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่นายประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ร.พ.ท่าเรือด้วย



ด้านนายวิทิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นสาเหตุน่าจะเกิดจากลวดสะลิงที่ใช้ขึงสะพานของวัดสะตือ ต.ท่าหลวง เกิดขาดทำให้กลางสะพานหักลงไปในแม่น้ำป่าสัก และคอสะพานกระแทกเข้ากับพื้นดิน ส่งผลให้ชาวบ้านที่ใช้สะพานสัญจรข้ามไปมา ระหว่าง ม.5 บริเวณเขื่อนพระราม 6 ข้ามไป ม.6 วัดสะตือ ตกลงมาได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และในวันนี้บริเวณวัดสะตือ มีตลาดนัดเปิดท้ายขายของทําให้ประชาชนละแวกใกล้เคียงอาศัยสะพานแห่งนี้ข้ามมาซื้อสินค้าจํานวนมาก ซึ่งก็อาจจะทําให้สะพานซึ่งมี สภาพเก่าแก่รับน้ำหนักไม่ไหวจึงพังครืนลงมาทับผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามคงต้องให้วิศวกรที่ควบคุมการก่อสร้างของเทศบาล ต.ท่าหลวง ได้เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างสะพานดังกล่าวอีกครั้งเพื่อสรุปถึงสาเหตุที่แท้จริงต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สําหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตที่พบศพแล้ว จํานวน 6 ราย ประกอบด้วย ด.ญ.ปิริยาพร เสือสมิง อายุ 10 ขวบ นายสามารถ ญานปัญญา อายุ 33 ปี น.ส.เกศิณี ชบาศรี อายุ 54 ปี นายณัฐวุฒิ ใจจง อายุ 24 ปี รวมทั้งชายยังไม่ทราบชื่ออีก 2 คน 

ส่วนผู้บาดเจ็บ ประกอบด้วย ด.ช.วาธิชัย ญานปัญญา อายุ 5 ขวบ นายจักรกฤษ แก่นวงศษ์ อายุ 37 ปี ด.ญ.สุธิดา ลัดดาอ่อน อายุ 9 ขวบ น.ส.สุวนัน พวงทอง อายุ 16 ปี นางดวงแข นิรันดร์สุข อายุ 39 ปี น.ส.กฤติยา สมอาจ อายุ 20 ปี น.ส.สุกานดา ขุนช้าง อายุ 33 ปี น.ส.รุ่งนภา แก้วสิทธิ์ อายุ 31 ปี และ ด.ญ.อรธิชา ลือดาว อายุ 3 ขวบ โดยผู้บาดเจ็บถูกกระจายนําส่ง 4 ร.พ. ประกอบด้วย ร.พ.ท่าเรือ ร.พ.ดอนพุด ร.พ.ภาชี และ ร.พ.บ้านหมอ

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th