วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

รวบกะเทยลวงสาวไทยค้ากามแอฟริกาใต้-ซ้ำร้ายมีคนไทยช่วยหนีออกมาแล้วนำไปขายให้เครือข่าย


 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน ผกก.1 บก.ปคม. แถลงข่าวจับกุม นายมารักษ์ ลาโกติ หรือ เหมียว อายุ 21 ปี สาวประเภทสอง ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญา ข้อหาสมคบกันค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี ซึ่งจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร

 พล.ต.ต.ชวลิตกล่าวว่า คดีนี้มีผู้เสียหายรายหนึ่งเป็นหญิงสาวชาวไทย อายุ 36 ปี ซึ่งถูกผู้ต้องหากับพวกอีกไม่ต่ำกว่า 4 คน หลอกให้ไปทำงานนวดแผนไทยที่ประเทศแอฟริกาใต้ ปรากฏว่าเมื่อเดินทางไปแล้วก็ถูกขบวนการดังกล่าว ที่มีทั้งชาวไทยและแอฟริกาใต้ นำตัวไปกักขังไว้ที่ห้องใต้ดินของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก แล้วก็ถูกบังคับให้ขายบริการ หากไม่ยอมก็จะให้อดข้าวอดน้ำจนผู้เสียหายทนไม่ไหว ก็เลยต้องยอม

  พล.ต.ต.ชวลิตกล่าวอีกว่า ต่อมาผู้เสียหายได้หลบหนีออกมาได้ โดยการช่วยเหลือของชาวไทยที่อยู่ที่นั่น แต่กลับถูกนำไปขายต่อให้กับเครือข่ายค้าประเวณีอีกกลุ่มหนึ่ง โดยถูกขังไว้ในบ้านพัก ถูกบังคับค้าประเวณีจนผู้เสียหายทนไม่ไหว ต้องวางแผนขอความช่วยเหลือจากตำรวจ กระทั่งถูกส่งตัวกลับประเทศและเข้าแจ้งความดังกล่าว

 พล.ต.ต.ชวลิตกล่าวอีกว่า จากการสอบสวนทางผู้เสียหายให้การด้วยว่าก่อนจะหลบหนีออกมาได้นั้น หลังรู้ว่าถูกหลอกมา ก็ต้องนั่งร้องไห้ทุกวัน จนมีเพื่อนร่วมงานคนไทยสงสาร ก็เลยให้เบอร์โทรศัพท์ของหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือได้ ปรากฏว่าเมื่อถูกช่วยเหลือออกมาได้ กลับโชคร้าย เพราะถูกส่งตัวไปขายบริการต่อ ซึ่งในสถานบริการสุดท้าย ผู้เสียหายหลบหนีออกมาได้นั้น ได้ใช้วิธีสังเกตระยะเวลาที่รถสายตรวจตำรวจวิ่งผ่าน จนเมื่อสบโอกาสก็ปีนรั้วบ้านออกมาซ่อนตัวในพุ่มไม้ เมื่อมีรถของตำรวจวิ่งผ่านมาก็รีบเข้าไปขอความช่วยเหลือ ก่อนถูกพาตัวไปที่สถานทูตไทย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของสถานทูตก็ได้ทำเรื่องส่งตัวกลับ พร้อมประสานมายังตำรวจ ปคม.เพื่อให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ก่อนจะมีการจับกุมดังกล่าว
  พล.ต.ต.ชวลิตกล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารายนี้ให้การปฏิเสธ แต่ในทางสืบสวนพบด้วยว่า เครือข่ายนี้ได้กักขังหญิงสาวชาวไทยไว้ในห้องใต้ดิน อีกประมาณ 10 คน ซึ่งทางเรากำลังรีบประสานเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว อย่างไรก็ดีเท่าที่สอบปากคำอย่างละเอียดทราบว่าบางส่วนก็สมัครใจ ที่จะทำงานอยู่ที่นั่น จึงมีบางส่วนที่กำลังประสานกับทางสถานทูตไทย ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือต่อไปแล้ว


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

สั่งสอบดต.ดินแดง-คลิปโฉวิ่งหนีโจ๋

ทั้งชุดตร. คนโพสต์ กล่าวหา! พาผู้หญิง "เปิดห้อง"
ผบช.น.สั่งสอบคลิปวัยรุ่นไล่กวดตร. ในเครื่องแบบที่วิ่งไปขึ้นรถสายตรวจของเพื่อนเผ่นหนี พร้อมตะโกนด่าทอลั่นถนนย่านดินแดง ระบุพาผู้หญิงไปเปิดห้องพาร์ตเมนต์ แต่ฝ่ายหญิงส่งข้อความให้เพื่อนมาช่วยเหลือ ด้านผกก.สน.ดินแดงเผยรู้ตัวแล้วเป็นด.ต.ฝ่ายปราบปราม อยู่ระหว่างลาพักไปสอบขึ้นเป็นชั้นสัญญาบัตร พบเป็นคลิปที่ถ่ายเมื่อ 26 เม.ย. ส่วนเพื่อนสายตรวจที่ไปช่วยพบไม่เกี่ยวข้อง แค่ได้รับแจ้งเหตุแล้วเดินทางไปเท่านั้น แจ้งเจ้าทุกข์มาแสดงตัวเพื่อให้ข้อมูล ยันให้ความเป็นธรรมเต็มที่ ตร.ขอดูภาพวงจรปิดอพาร์ต เมนต์รายวัน พบด.ต.ขี่จยย.พาผู้หญิงมาเปิดห้องพัก ผ่านไปครึ่งชั่วโมงลงจากห้องพบกลุ่มวัยรุ่นดักรออยู่ก่อนวิ่งไล่กวดชุลมุน
จากคลิปอื้อฉาวในเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งมีต้นตอมาจากเว็บยูทูบโดยผู้โพสต์ใช้ชื่อ "ไก่จ๋า ได้ยินไหมว่าเสียงใคร" เป็นคลิปกลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งไล่ตามชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยเครื่องแบบตำรวจออกมาจากหน้าอพาร์ตเมนต์ เช่ารายวัน พร้อมตะโกนด่าทอตลอดทาง ก่อนที่จะมีตำรวจอีก 2 นายขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจมาพาหลบหนีไป เป็นคลิปที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าเหตุเกิดที่ย่านดินแดง รุ่นน้องผู้หญิงถูกตำรวจขอตรวจค้นก่อนพาไปยังอพาร์ตเมนต์เช่ารายวัน ทำให้ผู้หญิงแอบส่งข้อความไปยังเพื่อนๆ ตามมาช่วยเหลือ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เม.ย. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานแค่ว่ามีประชาชนถ่ายคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสน.ดินแดง ขณะที่กำลังวิ่งหนีกลุ่มคน และระบุว่าพาผู้หญิงไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง แต่ยังไม่ได้เห็นคลิป ขอตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ขณะนี้ทราบว่าตำรวจนายดังกล่าวอยู่ระหว่างลาพักไปสอบเลื่อนขึ้นเป็นชั้นสัญญาบัตร สั่งให้รีบเรียกตัวมาสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดแล้ว
พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ รองผบช.น. กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว ให้ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางกับสถานีตำรวจนครบาลดินแดงตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ได้รับรายงานจากพ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล ผกก.สน.ดินแดง ว่าเป็นตำรวจในสน.ดินแดง ยศดาบตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ดินแดง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการลาสอบขึ้นเป็นชั้นสัญญาบัตรที่จังหวัดในภาคใต้และไม่สามารถติดต่อได้ จึงสั่งให้ตำรวจ นครบาล 1 และสน.ดินแดง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
ด้านพ.ต.อ.ภานพกล่าวว่า ทราบเรื่องและเห็นคลิปแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนชายที่วิ่งหนีคือ ด.ต.วรวิทย์ นุกูลกิจ อายุ 42 ปี ผบ.หมู่ฝ่ายปราบปราม สน.ดินแดง ส่วนรายละเอียดและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้คุยกับด.ต.วรวิทย์ เนื่องจากลาไปสอบเลื่อนชั้นสัญญาบัตรที่จ.สงขลาถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้ ก่อนหน้านี้พยายามโทรศัพท์ติดต่อแต่ปิดมือถือ จึงแจ้งกับทางญาติของด.ต.วรวิทย์ให้รีบเดินทางกลับมารายงานตัวทันที และกำลังตรวจสอบอยู่ว่าในคืนเกิดเหตุด.ต.วรวิทย์ เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่ แต่จากในคลิปด.ต.วรวิทย์แต่งเครื่องแบบตำรวจ คาดว่าน่าจะปฏิบัติหน้าที่อยู่
พ.ต.อ.ภานพกล่าวอีกว่า สำหรับตำรวจอีก 2 นายที่ขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจไปรับออกมานั้นเป็นตำรวจสน.ดินแดงเช่นกัน แต่สอบแล้วไม่พบว่าเกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่วันเกิดเหตุได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ตรงข้ามซอยประชาสงเคราะห์ 25 จึงไปตรวจสอบ กระทั่งพบชาวบ้านวิ่งไล่ด.ต.วรวิทย์อยู่ภายในซอยประชาสงเคราะห์ 23 จึงเข้าไปสอบถามและให้เจ้าทุกข์มาแจ้งความ ก่อนที่จะรีบพาด.ต.วรวิทย์ออกจากที่เกิดเหตุเพราะเกรงจะเกิดปะทะกับประชาชน
ผกก.สน.ดินแดงกล่าวอีกว่า ตำรวจสายตรวจที่ไปช่วยเหลือรายงานว่า เมื่อกลับมาถึงโรงพักสอบถามว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น แต่ด.ต. วรวิทย์ไม่ได้ตอบ และรีบออกจากโรงพักไปทันทีโดยไม่ได้พบหน้ากันอีกเพราะอยู่ระหว่างลาพัก สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นนั้นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีพ.ต.ท. ประพจน์ อนุศิริ รองผกก.สส.สน.ดินแดงเป็นประธาน จะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผิดก็ต้องดำเนินคดีทั้งทางกฎหมายและทางวินัย ตอนนี้ยังไม่อยากด่วนสรุปว่าเป็นเรื่องอะไรเพราะยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความและให้ข้อมูลเพิ่มเติม
"อยากขอให้ทางผู้เสียหายเดินทางเข้ามาให้ข้อมูลกับผมโดยตรง ซึ่งพร้อมให้ความเป็นธรรม และสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนออกหาข่าวและตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมทั้งหาพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุ และติดตามผู้เสียหายมาแจ้งความ เพื่อที่เรื่องต่างๆ จะได้คลี่คลายโดยเร็ว ส่วนทางผู้บังคับบัญชาได้รายงานให้ทราบแล้ว ซึ่งสั่งกำชับให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด" พ.ต.อ.ภานพกล่าว
วันเดียวกัน ตำรวจสน.ดินแดงเดินทางไปที่อพาร์ตเมนต์รายวันในซอยประชาสง เคราะห์ 23 จุดที่เกิดเหตุวิ่งไล่กันของชายฉกรรจ์กับด.ต.วรวิทย์ เพื่อสอบปากคำพนักงานและขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งไว้หลายตัว โดยเห็นภาพด.ต.วรวิทย์ในชุดเครื่องแบบตำรวจขี่รถจักรยานยนต์พาหญิงสาวคนหนึ่งมาติดต่อขอเปิดห้อง ระหว่าง ด.ต.วรวิทย์พูดคุยกับพนักงาน ฝ่ายหญิงถือโอกาสกดโทรศัพท์มือถือ คาดว่าส่งข้อความถึงเพื่อนๆ จากนั้นทั้งคู่ก็พากันเดินขึ้นไปชั้นบน
เวลาผ่านไปประมาณ 14 นาที มีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินทางมาที่อพาร์ตเมนต์ กระทั่งเวลาผ่านไปอีก 16 นาที หญิงสาวเดินลงจากชั้นบนเข้าหากลุ่มชายฉกรรจ์ และอีกไม่กี่อึดใจต่อมาด.ต.วรวิทย์เดินตามลงมา ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์กรูเข้าหาและวิ่งไล่กวดกันออกจากอพาร์ตเมนต์ไป



ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

สะพานแขวนขาด ตายหมู่! รถรา-คนร่วงจมน้ำ

ค้นเจอแล้ว6ศพ ข้ามแม่น้ำป่าสัก วัดสะตือ"พ่อโต" สะลิงรับไม่ไหว ทั้งๆที่เพิ่งซ่อม
 สยอง"สะพานแขวน" ขาดจมลงแม่น้ำป่าสัก สังเวยทันที 6 ศพ นับร้อยชีวิตแตกตื่นหนีตายโกลาหล เผยเป็นสะพานเก่าแก่ข้างวัดสะตือหลวงพ่อโต วัดดัง อ.ท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา สาเหตุเกิดจากลวดสะลิงรับน้ำหนักไม่ไหว แฉเพิ่งซ่อมใหญ่หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 54 อธิบดีปภ.รายงานด่วนถึงนายกฯยิ่งลักษณ์ เร่งหาผู้ที่ยังสูญหาย 
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 28 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสะพานปูน (สะพานแขวน) ชื่อสะพาน 200 ปี ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 120 เมตรข้ามแม่น้ำป่าสัก ระหว่างหมู่ที่ 5 บริเวณเขื่อนพระราม 6 ข้ามไปหมู่ที่ 6 วัดสะตือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดพังถล่มหัก 2 ท่อนลงไปในแม่น้ำป่าสัก ส่งผลให้ประชาชนที่กำลังสัญจรไปมาบนสะพานโดยรถจักรยานยนต์ตกลงไปในแม่น้ำ นอกจากนี้คานใต้สะพานดังกล่าวยังได้หักพังลงไปทับผู้เสียชีวิตทันที 4 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุประมาณ 12 ปี และบาดเจ็บอีกประมาณ 15 ราย ชาวบ้านจึงช่วยกันทยอยนําตัวผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ.ท่าเรือ เป็นการด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา และใกล้เคียง ระดมกำลังเดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตครั้งนี้ ซึ่งการให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลําบากเนื่องจากเส้นทางถูกตัดขาด และยังมีชาวบ้านนับพันคนเข้ามามุงดูบริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอยู่ด้านบน และกู้ภัยอีกชุดลงงมค้นหาผู้ที่คาดว่าจะติดอยู่ใต้ซากสะพานดังกล่าวในแม่น้ำ ก่อนจะยุติการค้นหาในช่วงค่ำโดยไม่พบผู้เสียชีวิต

 สําหรับสะพานแห่งนี้ก่อสร้างในช่วงเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 200 ปี เมื่อปี 2525 ล่าสุดทางเทศบาลท่าคลอง เจ้าของพื้นที่ เพิ่งบูรณะสะพานเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากใช้งานมากว่า 30 ปี สภาพชำรุดจนกระทั่งพังลงมาในวันนี้
ต่อมา เวลา 19.30 น. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเป็นหนังสือด่วนเหตุการณ์สะพาน 200 ปี ถล่มครั้งนี้ถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า เมื่อเวลา 17.30 น. เกิดเหตุสะพานแขวน 200 ปี บริเวณวัดสะตือพุทธไสยาสน์ บ้านท่างาม หมู่ 6 ต. ท่าหลวง อ.ท่าเรือ ลวดสะลิงขาดและถล่ม เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 45 ราย ส่วนผู้สูญหายอยู่ระหว่างตรวจสอบ ทั้งนี้สะพานดังกล่าวเป็นสะพานแขวนลวดสะลิงในชุมชน ประชาชนใช้สัญจรและจยย.ข้ามแม่น้ำป่าสัก กว้าง 2.3 เมตร ยาว 120 เมตร
นายชัยยุทธ สุดประเสริฐ กำนันตำบลท่าหลวง เปิดเผยว่า สะพาน 200 ปี แห่งนี้ได้ก่อสร้างเมื่อครั้งฉลอง 200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ ใช้สัญจรระหว่างชาวบ้าน หมู่ 5 และ 6 ต.บ้าน หลวง และเพิ่งซ่อมใหญ่เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา งบประมาณ 8 ล้านบาท หลังซ่อมเสร็จ สะพานทรุดในด้านซ้าย สะลิงมีลักษณะสั่นคลอน และแจ้งประชาชนให้ใช้สะพานด้วยความระมัดระวัง อย่าพยายามขึ้นไปเดินจำนวนมาก เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตราย และประสานเทศบาลตำบลท่าหลวงเร่งมาซ่อมแซม แต่ก็มาเกิดเหตุสลดขึ้นจนได้ ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุที่วัดสะตือมีการจัดตลาดนัดในวันหยุด จึงมีประชาชนจำนวนมากใช้เส้นทางสัญจรไปมา โดยสะพานดังกล่าวใช้ได้เฉพาะรถจยย.และคนเดินเท่านั้น ส่วนรถใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ ระหว่างเกิดเหตุชาวบ้านแจ้งว่ามีเสียงดังคล้ายสายลวดสะลิงขาดกลางสะพานด้านซ้าย จากนั้นสะพานพลิกม้วนคว่ำลงแล้วขาด ทำให้คนที่อยู่บนสะพานกว่า 20 คนและกำลังขับขี่จยย.ข้าม 4 คันร่วงจากสะพาน หลายคนถูกชิ้นส่วนสะพานที่เป็นคอนกรีตตกลงไปทับทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 
นอกจากนี้ นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญ วรกุล นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา และพล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.จ. พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการให้สอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่นายประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ร.พ.ท่าเรือด้วย



ด้านนายวิทิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นสาเหตุน่าจะเกิดจากลวดสะลิงที่ใช้ขึงสะพานของวัดสะตือ ต.ท่าหลวง เกิดขาดทำให้กลางสะพานหักลงไปในแม่น้ำป่าสัก และคอสะพานกระแทกเข้ากับพื้นดิน ส่งผลให้ชาวบ้านที่ใช้สะพานสัญจรข้ามไปมา ระหว่าง ม.5 บริเวณเขื่อนพระราม 6 ข้ามไป ม.6 วัดสะตือ ตกลงมาได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และในวันนี้บริเวณวัดสะตือ มีตลาดนัดเปิดท้ายขายของทําให้ประชาชนละแวกใกล้เคียงอาศัยสะพานแห่งนี้ข้ามมาซื้อสินค้าจํานวนมาก ซึ่งก็อาจจะทําให้สะพานซึ่งมี สภาพเก่าแก่รับน้ำหนักไม่ไหวจึงพังครืนลงมาทับผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามคงต้องให้วิศวกรที่ควบคุมการก่อสร้างของเทศบาล ต.ท่าหลวง ได้เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างสะพานดังกล่าวอีกครั้งเพื่อสรุปถึงสาเหตุที่แท้จริงต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สําหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตที่พบศพแล้ว จํานวน 6 ราย ประกอบด้วย ด.ญ.ปิริยาพร เสือสมิง อายุ 10 ขวบ นายสามารถ ญานปัญญา อายุ 33 ปี น.ส.เกศิณี ชบาศรี อายุ 54 ปี นายณัฐวุฒิ ใจจง อายุ 24 ปี รวมทั้งชายยังไม่ทราบชื่ออีก 2 คน 

ส่วนผู้บาดเจ็บ ประกอบด้วย ด.ช.วาธิชัย ญานปัญญา อายุ 5 ขวบ นายจักรกฤษ แก่นวงศษ์ อายุ 37 ปี ด.ญ.สุธิดา ลัดดาอ่อน อายุ 9 ขวบ น.ส.สุวนัน พวงทอง อายุ 16 ปี นางดวงแข นิรันดร์สุข อายุ 39 ปี น.ส.กฤติยา สมอาจ อายุ 20 ปี น.ส.สุกานดา ขุนช้าง อายุ 33 ปี น.ส.รุ่งนภา แก้วสิทธิ์ อายุ 31 ปี และ ด.ญ.อรธิชา ลือดาว อายุ 3 ขวบ โดยผู้บาดเจ็บถูกกระจายนําส่ง 4 ร.พ. ประกอบด้วย ร.พ.ท่าเรือ ร.พ.ดอนพุด ร.พ.ภาชี และ ร.พ.บ้านหมอ

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556

แกเร็ธ เบล กวาดเรียบ รางวัลนักเตะแห่งปี+ดาวรุ่ง ซัวเรซมาแค่ชื่อยังโดนโห่

บีบีซีรายงานวันที่ 28 เม.ย. ว่า แกเร็ธ เบล นักเตะดาวดังของทีมไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คว้ารางวัลนักเตะแห่งปี และนักเตะดาวรุ่งแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) พร้อมกัน โดยเป็นนักเตะคนที่ 3 ต่อจากแอนดี้ เกรย์ (ฤดูกาล 1976-77) และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ฤดูกาล 2006-07) ที่คว้าทั้งสองรางวัลในฤดูกาลเดียวกัน

 "เป็นเกียรติอย่างยิ่งยวดครับ การได้รับคะแนนโหวตจากเพื่อนนักเตะ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดอย่างหนึ่งในเกม ถ้าคุณดูรายชื่อผู้เข้าชิงอื่นๆ ที่ล้วนเป็นนักเตะชั้นยอด นี่เป็นปีที่เหลือเชื่อ และผมไม่มีทางคว้ารางวัลนี้ได้ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทีม และไม่มีผู้จัดการทีม (อังเดร วิลลาส-โบอาส) ดังนั้นผมขอบคุณพวกเขามากๆ" เบลกล่าว หลังมีคะแนนชนะหลุยส์ ซัวเรซของลิเวอร์พูล และโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 ผลงานของเบลในฤดูกาลนี้ เล่น 29 นัด ยิง 19 ประตู มีส่วนส่งให้เพื่อนยิง 4 ประตู  เบลเคยคว้าตำแหน่งนักเตะแห่งปีมาแล้วเมื่อฤดูกาล 2010-11 ส่วนฟานเพอร์ซี่เคยครองตำแหน่งนี้ในฤดูกาลที่แล้วในนามนักเตะอาร์เซนอล ด้านซัวเรซ โดนโห่สองครั้งช่วงที่มีผู้ขานชื่อติดกลุ่มนักเตะทีมแห่งปีในพิธีประกาศรางวัล หลังจากเพิ่งก่อเหตุกัดในเกมจนถูกแบน 10 นัด

 สำหรับนักเตะทีมแห่งปีพรีเมียร์ลีก มีดังนี้
 ดาวิด เดอ เกีย (ดาบิด เดเคอา) จากแมนยู ปาโบล ซาบาเลต้า จากแมนซิตี้ แยน เวอร์ตองเกน จากสเปอร์ ริโอ เฟอร์ดินานด์ จากแมนยู เลห์ตัน เบนส์ จากเอฟเวอร์ตันไมเคิล คาร์ริก จากแมนยู ฮวน มาต้า จากเชลซี แกเร็ธ เบล จากสเปอร์ หลุยส์ ซัวเรซ จากลิเวอร์พูล เอเดน ฮาซาร์ด จากเชลซี และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จากแมนยู

 รางวัลพิเศษโค้ชทรงคุณค่า ได้แก่ เอริก แฮร์ริสัน ในฐานะที่มีบทบาทพัฒนานักเตะจากสถาบันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อคาเดมี ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 


ที่มา ข่าวสดออนไลน์  http://www.khaosod.co.th/

รูนีย์ขึ้นแท่นแข้งรวยสุดในพรีเมียร์ลีก


เวย์น รูนีย์ กองหน้า “ผีแดง”แมนฯ ยู ครองตำแหน่งนักฟุตบอลที่มีฐานะร่ำรวยที่สุดในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากการจัดอันดับของซันเดย์ ไทม์ส สื่อดังเมืองผู้ดี โดยมีทรัพย์สิน 51 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมา 6 ล้านปอนด์หรือ 270 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งมี 45 ล้านปอนด์ และมากกว่าอันดับสอง ริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังเพื่อนร่วมสังกัด 9 ล้านปอนด์ โดยทั้งรูนีย์ และเฟอร์ดิานด์ ถือเป็นสองนักเตะจาก 24 รายของลีกผู้ดีที่มีชื่อติดใน 100 อันดับนักกีฬาที่มีฐานะร่ำรวยที่สุดของสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ 

 สรุป 10 อันดับนักฟุตบอลที่ร่ำรวยมากที่สุดของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 1. เวย์น รูนีย์ (อังกฤษ/แมนฯ ยู) 51 ล้านปอนด์ (2,295 ล้านบาท) 2. ริโอ เฟอร์ดินานด์ (อังกฤษ/แมนฯ ยู) 42 ล้านปอนด์ (1,890 ล้านบาท) 3. ไมเคิล โอเว่น (อังกฤษ/สโต๊ก) 38 ล้านปอนด์ (1,710 ล้านบาท) 4. ไรอัน กิ๊กส์ (เวลส์/แมนฯ ยู) 34 ล้านปอนด์ (1,530 ล้านบาท) 4. แฟรงก์ แลมพาร์ด (อังกฤษ/เชลซี) 34 ล้านปอนด์ (1,530 ล้านบาท) 6. สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด (อังกฤษ/ลิเวอร์พูล) 33 ล้านปอนด์ (1,485 ล้านบาท) 7. เฟอร์นันโด ตอร์เรส (สเปน/เชลซี) 26 ล้านปอนด์ (1,170 ล้านบาท) 8. จอห์น เทอร์รี่ (อังกฤษ/เชลซี) 24 ล้านปอนด์ (1,080 ล้านบาท) 9. โจ โคล (อังกฤษ/เวสต์แฮม) 21 ล้านปอนด์ (945 ล้านบาท) 10. ปีเตอร์ เช็ก (สาธารณรัฐเช็ก/เชลซี) 20 ล้านปอนด์ (900 ล้านบาท)

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

ผวาตัวบุ้งลายนับหมื่นบุกเข้าบ้าน


เมื่อ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมถนนมิตรภาพคู่ขนาน ตั้งแต่เยื้อง สถานีตำรวจภูธร ปากช่อง จ. นครราชสีมา ตลอดไปจนถึงตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย สาขาปากช่อง ว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากถูกตัวบุ้งลายที่กัดกินใบ คูน หรือต้นชัยพฤกษ์ ที่ทางเทศบาลเมืองปากช่อง นำมาปลูกบริเวณเกาะกลางถนน ระยะทางเกือบ 1 กม.หลังกัดกินใบคูนจนเหี้ยนหมดต้นแล้ว ก็ล่นจากต้นลงดินตัวบุ้งลายนับหมื่นตัวคืบคลานข้ามถนนเข้าไปในบ้าน และไต่ขึ้นตามล้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่จอดริมถนน เกาะเต็มไปหมด สร้างความผวา รถบางคันนำไปจอดไว้พาครอบครัวไปรับประทานอาหาร เนื่องจากตลอดย่านนั้นตลอดเส้นทาง เป็นย่านร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้ามต้ม จำนวนมาก กลับมาที่รถปรากฏว่าพบตัวบุ้งลายเกาะเต็มด้านในเก๋งรถ  

นอกจากนี้ยังพบว่าบุ้งลายสามารถกัดกินในคูนต้นขนาดใหญ่ หมดเกลี้ยงภายใน 1 คืน เหลือแต่ซากกิ่งใบลักษณะบุ้งลายมีความยาวประมาณ 5 ซ.ม.หรือนิ้วครึ่ง ตัวเป็นสีเขียวอ่อนบนเหลือง และด้านหลังมีสีเหลืองยาวหัวจรดปลายตัวไม่มีขนแข็ง 

ด้านนายคมกฤษณ์  ลิ้มปัญญาเลิศ นายกเทศมนตรีเมืองปากช่อง  กล่าวว่า ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน ของทุกปี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้นคูน ที่ปลูกไว้บริเวณเกาะกลางถนน กว่า 300 ต้น จะออกดอกเป็นสีเหลือเติมต้นสวยงามมาก แต่หลังจากนั้นดอกก็จะโรยและปริใบออกมาแทน  และมีตัวผีเสื้อลายขนดเล็กที่วางขาไว้ในดิน แตกออกมาเป็นตัวบุ้งมากัดกิน ทางเทศบาลก็ได้รับแจ้งจากประชาชน ให้นำยาฆ่าแมลงไปฉีดพ่นเพื่อกำจัดตัวบุ้ง  แต่เห็นว่าอาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับประชาชนและสัตว์เลี้ยงในบ้าน เนื่องจากเป็นชุ่มชนเกรงว่าละอองสารเคมีจะปลิวเข้าบ้าน จึงไม่กล้าส่งเจ้าหน้าที่ไป  เห็นว่าวงจรชีวิตไม่กี่วันบุ้งพวกนี้ก็จะกลายเป็นดักแด้และออกมาเป็นตัวผีเสื้อ ก็จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบและตัวบุ้งชนิดนี้ไม่น่าจะมีพิษกับคน 


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th

ไอรอนแมน 3 กวาดเงินทั่วโลก รัศมีกลบแชมป์

อันดับหนังทำเงินฮอลลีวู้ด สุดสัปดาห์ที่ 26-28 เม.ย. ความสนใจของสื่ออเมริกันเบนไปที่รายได้หนังนอกอเมริกามากกว่าในประเทศ เพราะ Iron Man 3 ทุบสถิติโกยเงินตลาดต่างประเทศเหนือกว่ายอดมนุษย์ The Avengers ของปีก่อนที่ไอรอนแมนก็ร่วมทีมดารานำอยู่ด้วย และมากกว่าไอรอนแมน ภาค 2 โดยกวาดไปแล้ว 195.3 ล้านดอลลาร์ จาก 42 ประเทศ เป็นฝั่งเอเชียอยู่หลายชาติ ไม่ว่า ฮ่องกง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ครองอันดับ 1 ได้หมด




 ค่ายดิสนีย์ ผู้จัดจำหน่ายเชื่อว่า เมื่อหนังเปิดตัวในอเมริกา วันที่ 3 พ.ค.นี้ จะต้องโกยรายได้อีกอื้อซ่า จากการพูดกันปากต่อปากในตลาดต่างแดน



 กลับมาที่บ๊อกซ์ ออฟฟิศ ในอเมริกา แชมป์ประจำสัปดาห์ตกเป็นของ Pain & Gain เรื่องราวจริงของนักเพาะกาย ผลงานของไมเคิล เบย์ นำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน และมาร์ก วอห์ลเบิร์ก ทำได้ 20 ล้านดอลลาร์ ถือว่าสูงอยู่พอสมควร หลังจากโดนนักวิจารณ์จวกไปเยอะ ราวๆ 47% แต่คนดู 59% กลับชอบ

 อันดับ 2 หนังของทอม ครูซ  Oblivion ทำได้อีก 17.4 ล้านดอลลาร์ ส่วนตลาดนอกสหรัฐ โกยได้ 12.8 ล้าน ตามมาด้วยอันดับ 3 หนังตัวเลข "42" เก็บเพิ่ม 10.7 ล้าน ขณะที่อันดับ 4 The Big Wedding ทำได้ 7.5 ล้าน และปิดท้ายท็อปไฟว์ที่ The Croods ทำเพิ่มอีก 6.6 ล้านดอลลาร์


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th